.

โดย กิติกร คอลัมน์ มุมจิตวิทยา
ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1653 หน้า 90
ปีนี้สงกรานต์สนุกมาก มีคนร่วมเล่นเป็นล้าน ซึ่งมากกว่าสงกรานต์ปีที่ผ่านๆ มาอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่พื้นที่จัดงานก็มากขึ้น
เช่น ใน กทม. มีมากถึง 3 แห่ง คือ ถนนข้าวสารบางลำพู สยามสแควร์ และย่านถนนสีลม
ต่างจังหวัดก็ทุกจังหวัด เช่น ที่เชียงใหม่เจ้าเก่า ขอนแก่น และหาดใหญ่ เป็นต้น
ส่วนกิจกรรมการเล่นสงกรานต์ก็มีแปลกๆ จูงใจให้สนุก เช่น ที่สยามแสควร์ก็มีสงกรานต์เมษาผ้าขาวม้าครองโลก ที่ขอนแก่นก็มีคลื่นมนุษย์ยาวที่สุดในโลก ที่อำเภอโกสัมพี กำแพงเพชร ก็มีแข่งรถอีต๊อก ที่สตูล และตรัง ก็ลุยเกาะในอันดามันอย่างไม่กลัวสึนามิ
ที่บุรีรัมย์นั้นมาแปลก มีโคโยตี้จากญี่ปุ่นมาแสดง ที่บางปะอินอยุธยา มีขบวนหงส์ยกธงตะขาบ
และแน่นอน ย่อมมีกิจกรรมคลาสสิคสรงน้ำพระและสาดน้ำด้วยขันและถังไทย หรือไม่ก็ฉีดน้ำด้วยปืนมหัศจรรย์จากจีน อันมีลีลาการฉีดน้ำทุกกระบวนท่า เป็นสัญลักษณ์ของสัญชาตญาณแห่งความก้าวร้าวและลีลาแห่งเซ็กซ์ของพวกเล่นน้ำฝ่ายชาย
เช่นเดียวกับลีลาหลบหลีกและเต้นของสตรีอันล้วนเป็นเรื่องจูงใจและผลักดันการเล่นน้ำอย่างสำคัญ ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมลีลาการเต้นยั่วยวนของโคโยตี้จากบุรีรัมย์ที่กล่าวถึงมาแล้วด้วย
บางทีการเล่นสงกรานต์เป็นโอกาสให้ได้ปลดปล่อยอารมณ์ที่เก็บกดคับข้องใจมานานจากความขัดแย้งแข่งขันทางการเมือง จากมหาอุทกภัย กับจากความรู้สึกอึดอัดเบื่อหน่ายชิงไหวชิงพริบของ ส.ส. ในสภา ตั้งแต่เริ่มต้นหาเสียงเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่เรื่อยมาจนถึงการหาแนวทางปรองดองและร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ล้วนทำให้ผู้คนเครียดมาก และสงกรานต์ก็มีส่วนเข้าช่วยเหลือตรงนี้
อย่างไรก็ดี การเล่นสงกรานต์แสนสนุกไม่ว่าจะเป็นสรงน้ำพระ จัดคลื่นมนุษย์ ฉีดน้ำประแป้ง รวมทั้งหัวเราะหัวใคร่และยินดี ล้วนกระตุ้นอารมณ์สนุกๆ แบบเด็ก (child egostate) อย่างสำคัญ
อันทำให้เกิดความประทับใจที่มักหาโอกาสแสดงออกได้ยากมาก โดยเฉพาะที่สำนักงานหรือที่บ้าน
ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ก็ยิ่งหายาก ยิ่งเป็นผู้ใหญ่มากๆ ก็ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ เพราะต้องใช้วิถีสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ (Adult egostate) ตลอดเวลา
สําหรับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ย่อมมีส่วนสำคัญน่าจะเป็นผู้ทำให้สงกรานต์ปีนี้มีความหมายมากและมีสีสันมากขึ้น โดยท่านนายกฯ ใช้เวลาสองสามวันช่วงเวลาสงกรานต์เป็นวันหยุดอย่างมีคุณภาพหลังจากลุยงานหนักมาตลอด
เริ่มต้นที่ไปเป็นประธานเปิดงานที่ประตูท่าแพ "ป๋าเวณีปี๋ใหม่ 2555" และพาครอบครัวไปไหว้บรรพบุรุษที่ลำพูน ทำบุญและสักการะอนุสาวรีย์เจ้าแม่จามเทวี และเล่นน้ำสงกรานต์กับชาวบ้านแบบสนุกๆ เป็นธรรมชาติตามท้องถนนอย่างไม่ถือตัว
ที่สำคัญก็คือ ท่านนายกฯ เองได้มีโอกาสผ่อนคลายเต็มๆ ทำให้ดูคล้ายว่าจะได้พลังเพื่อลุยงานของนายกรัฐมนตรีต่อไปอย่างเต็มที่ตลอดปีเรื่อยไปจนถึงเวลาเติมพลังครั้งใหม่ในสงกรานต์ปีหน้า
สงกรานต์ช่วยคลายความเครียดให้รู้สึกว่าโล่งอก (catharsis) ได้เยอะ สบายอกสบายใจขึ้นระดับหนึ่ง ถึงจะสะดุดกับตัวเลขเศร้าๆ ของอุบัติเหตุบ้างก็ตาม แต่ก็ยังพอทนได้
แต่ที่แย่ลงไปกว่านั้นก็คือ ต้องทนดูการชิงไหวชิงพริบอย่างเชยๆ ของนักการเมืองที่ทำท่าจะหยุดยากในบรรยากาศที่ต้องการปรองดองของชาตินี่แหละ
แม่ค้าจากนราฯ บอกว่าหวังเหวิด แต่แม่ค้าที่ประชานิเวศน์ บอกว่าทุเรศจัง
จนอยากจะให้มีสงกรานต์ปีละสิบครั้งเสียจริงๆ !
++++
บทความของปีที่แล้ว 2554

โดย กิติกร คอลัมน์ มุมจิตวิทยา
ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 31 ฉบับที่ 1596 หน้า 19
การปะทะกันอย่างรุนแรงของทหารไทยกับกัมพูชาบริเวณชายแดนย่านภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อไม่นานมานี้ (4-7 กุมภาพันธ์) ทำให้ชาวบ้านในย่านนั้น ต้องตระหนกตกใจ ขวัญหนีดีฝ่อ เข้าขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด ต้องอพยพหลบภัยจากบ้านเกิด เข้าไปอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพชั่วคราวในตัวอำเภอ ที่ห่างไกลออกไปจากจุดปะทะและไกลออกไปจากบ้านพักของตน
การอพยพเป็นไปโดยพลัน เตรียมตัวแทบไม่ทัน จึงค่อนข้างโกลาหล เพราะไร้แผน ดูสับสนอลหม่าน ตัวใครตัวมัน ทำให้ยิ่งเสียขวัญมากขึ้น!
ผู้อพยพจากตะเข็บชายแดน มีไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน ตกอยู่ในความเครียดอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วยชีวิตประจำวันของพวกเขาถูกคุกคามจากภัยการปะทะที่รุนแรงเช่นนั้น ไหนจะกลัวอันตราย ไหนจะห่วงบ้าน พืชผัก และสัตว์เลี้ยงต่างๆ
หวังว่าความเครียดของพวกเขาคงจะค่อยๆ คลี่คลายไปเมื่อการปะทะสิ้นสุดลง ได้กลับบ้าน ได้รับการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยที่เกิดจากภัยของการปะทะนั้น ได้รับการสร้างหลุมหลบภัย และได้ความมั่นใจว่าจะได้รับการปกป้อง ได้รับการดูแลให้ปลอดภัยหากการปะทะรุนแรงถึงขั้นสงคราม!
การปะทะกันหนักๆ ระหว่างทหารไทย-กัมพูชาครั้งนี้ ชาวบ้านย่านชายแดนดังกล่าว ตกอยู่ในความเครียดอย่างยิ่ง และไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อใด ควรแก่การเร่งบำบัดเยียวยาช่วยเหลือโดยทันที
อย่างไรก็ดี เราต้องไม่ลืมผู้คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นด้วยว่า เขากำลังตกอยู่ในความเครียดจากการปะทะกันของทหาร กับบุคคลที่เรียกว่าผู้ก่อการร้ายไม่ยิ่งหย่อนกว่าชาวบ้านในเขตอำเภอกันทรลักษ์นั้นด้วย ซึ่งต้องให้การบำบัดเยียวยาโดยเร็วเช่นกัน
มีคนอยู่ 10 ประเภทที่นักวิจัยเชิงจิตวิทยาตั้งข้อสังเกตว่ามีอารมณ์เครียดอยู่เสมอ ถ้าสามารถช่วยคลี่คลายให้ได้ก็จะดีมาก ก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นสเตรสเซอร์ในสังคม ทำให้คนอื่นๆ ในสังคมมีความเครียดเช่นเดียวกับเขาด้วย
1. บุคคลที่อ่อนไหวต่อคำติเตียนเล็กๆ น้อยๆ จากคนใกล้ชิด ญาติ-เพื่อนสนิท และหรือผู้บังคับบัญชา
2. บุคคลประเภทชายเดียว หรือผู้โดดเดี่ยวแบบ เดอะ โลน วูล์ฟ -The lone wolf คือไม่ค่อยชอบสุงสิง สโมสรกับผู้ใด
3. นักฝันกลางวัน-เดย์ดรีม คือนิยมในการคิดมากกว่าการทำ
4. ชาวเกาะ ผู้นิยมการพึ่งพิงผู้อื่น เป็นบุคคลประเภทอ่อนแอ แต่ชอบคุยเขื่อง ข่มคนอื่น เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขา
5. บุคคลประเภทโลเล เป็นบุคคลไม่รับผิดชอบ แต่ชอบชวนใครๆ มาร่วมวงด้วย เพื่อแบ่งปันภาระรับผิดชอบให้
6. คนขาดระเบียบ ตามสบาย ไร้กฎเกณฑ์
7. โชเฟอร์หรือพลขับประเภทบ้าเลือดชวนทะเลาะ

9. บุคคลประเภทขี้อิจฉาและขี้ระแวงสงสัย
10. บุคคลประเภทตัวยุ่ง สร้างปัญหา เป็นคนประเภท เดอะ ทรับเบิล เมเคอร์-The trouble maker
บุคคลทั้ง 10 ประเภทนี้ มักแสดงอารมณ์ไม่สมวัยเสมอ ชีวิตจิตใจของพวกเขาคล้ายถูกคุกคามอยู่ภายในให้รุ่มร้อนอยู่ตลอดเวลา
และพวกเขาเหล่านี้แหละ มักเป็นตัวกระตุ้นให้ใครๆ ที่ใกล้ชิดเครียดได้ ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิทมิตรสหาย เพื่อนพ้องน้องพี่ เพื่อนร่วมงาน หรือผู้บังคับบัญชา ถ้าขาดความเข้าใจพวกเขา
.