.
กินดี สุขภาพดี
โดย ปริญญา ตรีน้อยใส คอลัมน์ มองบ้านมองเมือง
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 33 ฉบับที่ 1684 หน้า 19
มองบ้านมองเมืองฉบับนี้ ขอร่วมยุคสมัยวัยรุ่น ขอร่วมกระแสรักษาสุขภาพ ขอร่วมวงกับ เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง เจ้าของคอลัมน์ โลกหมุนเร็ว ที่เมื่อเร็วๆ นี้ เชิญชวนให้บรรดา สว. (ผู้สูงอายุ) ไปใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ ด้วยเหตุผล อากาศดี อาหารถูกปาก
มองบ้านมองเมืองฉบับนี้ จะพาไปมองย่านนิมมานเหมินท์ ที่เป็นโครงการจัดสรรที่ดินสำหรับปลูกบ้านพักอาศัยรุ่นแรกๆ ของเชียงใหม่ แต่ทุกวันนี้กลายเป็นย่านธุรกิจที่คึกคักทั้งวัน ตอนเช้าสายเป็นพื้นที่สำหรับบรรดา สว. ตอนกลางวันและบ่ายเป็นพื้นที่สำหรับนักศึกษาและคนทำงาน ตอนเย็นจนถึงดึกเป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ไฟแรง
มองบ้านมองเมืองฉบับนี้ จะพาไปมองร้านอาหารเล็กๆ อยู่ตรงปากซอย 13 ที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า เดอะสลัดคอนเซ็ปต์
ร้านนี้เน้นเรื่องสลัดตามชื่อ ถ้าเลือกรายการสลัดแบบธรรมดา นอกจากจะได้ผักสดกองใหญ่แล้ว ยังมีสิทธิเลือกสิ่งอื่นเพิ่มได้อีก 5 อย่าง มีตั้งแต่ ถั่วแดง ลูกเดือย เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง มะเขือเทศ แครอต แรดิช หน่อไม้ฝรั่ง พริกหวาน ฟักทองลวก หอมหัวใหญ่ แตงกวา ขึ้นฉ่าย บล็อกโคลีต้ม ขนมปังกรอบ และเส้นพาสต้า ส่วนน้ำสลัด ก็มีให้เลือกถึง 9 รส
หากใครอยากได้โปรตีนเสริม ก็มีให้เลือกตั้งแต่ ไก่ เบคอน กุ้ง เนื้อย่าง ปลาทูน่า ปลาทอด ไปจนถึง ไส้อั่วเชียงใหม่ แคปหมูและชีส รวมทั้งเต้าหู้ สำหรับมังสวิรัตนิกชน
แต่ถ้าขี้เกียจคิดสูตรเอง ก็เลือกสลัดแบบพิเศษ ที่ปรุงมาเรียบร้อย มีตั้งแต่ สลัดเต้าหู้ สลัดเนื้อย่าง สลัดซีอิ๊ว สลัดทูน่า และสลัดเมือง (เหนือ)
นอกจากสลัดแล้ว ยังมีซุปแบบฝรั่ง คือ มะเขือเทศ ฟักทอง เห็ดหอมชิตาเกะที่รสชาติดี เครื่องดื่มประเภทน้ำสมุนไพร น้ำผลไม้ น้ำผลไม้ปั่น น้ำสุขภาพ อย่าง วิทกลาสคั้น น้ำต้านมะเร็ง น้ำดีทอกซ์
แต่สำหรับคนไม่รักสุขภาพ ก็มีทั้งชากาแฟไทย ชากาแฟฝรั่ง
ที่นำเสนอรายการอาหารเครื่องดื่มมายาวเหยียด เพื่อจะให้เห็นว่าร้านนี้มุ่งเน้นเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ โดยการันตีทั้งเรื่องสารพิษและสารตกค้าง
ร้านอาหารแห่งนี้มีลูกค้าหนาแน่นทั้งวัน ด้วยตรงกับจริต สว. ที่ต้องรักษาสุขภาพในตอนสาย นักศึกษาที่รู้คุณค่าโภชนาการในตอนบ่าย และคนหนุ่มสาว ที่ต้องรักษาทรวดทรงและผิวหน้าในตอนเย็น
โดยทั่วไป อาหารส่งเสริมสุขภาพ มักจะคล้ายอาหารโรงพยาบาล ที่ไร้รสชาติ ไม่น่ารับประทาน
แต่สำหรับรายการอาหารที่ร้านนี้ จะต่างออกไป ด้วยมีที่มาน่าสนใจ
ย้อนกลับไปเกือบสิบปี อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผศ.ดร.นิพนธ์ ตุวานนท์ ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงหันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยพื้นฐานความรู้ทางด้านเภสัชกรรม จึงศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับผักและผลไม้ ที่จะช่วยเพิ่มระดับเม็ดเลือดขาวในร่างกาย รวมทั้งเสาะหาพืชพักผลไม้ปลอดสารพิษ โดยดั้นด้นติดตามไปจนถึงแหล่งเพาะปลูก ซึ่งทุกวันนี้ กลายเป็นแหล่งผลิตผักผลไม้ส่งให้ร้านเป็นประจำ
ประกอบกับมีภรรยาที่รักและเอาใจใส่ จึงสรรหาและดัดแปลงรายการอาหารไม่ให้ซ้ำซากน่าเบื่อ ช่วยให้สุขภาพสามีกลับมาดีแข็งแรง ในขณะที่โรคร้ายหายไปโดยสิ้นเชิง
ต่อมาลูกสาวมีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส จึงมีโอกาสเรียนรู้เรื่องความหลากหลายของสลัด อันเป็นที่มารายการต่างๆ ที่มีให้เลือก
ครอบครัวนี้พำนักอยู่ในย่านนิมมานเหมินทร์มายาวนาน ที่ปัจจุบันกลายเป็นทำเลยอดนิยม พื้นที่บ้านกว้างขวางสามารถกั้นแบ่งเป็นร้านอาหารทั้งแบบอินดอร์และเอาต์ดอร์ รวมทั้งลานจอดรถที่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งในย่านนี้
ความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหาร เดอะสลัดคอนเซ็ปต์ ที่แม้จะเป็นไปตามกระแส แต่ก็มีปัจจัยเสริม การได้มาของวัตถุดิบมีคุณภาพ ราคาพอสมควร อาหารรสชาติดี มีความหลากหลาย ทำเลร้านโดดเด่น มีพื้นที่กว้างขวาง สวยงาม และมีลานจอดรถบริการรวมทั้งการกำหนดราคาเหมาะสม
จะว่าไปแล้ว ก็เหมือนกับงานออกแบบและวางผังสถาปัตยกรรม ที่ประสบความสำเร็จเพราะสามารถสนองตอบปัจจัยต่างๆ อย่างครบถ้วน
ประเภทเลียนแบบเขาหรือสวยแต่รูป จูบไม่หอม สถาปัตยกรรมอาจโดดเด่นแปลกตา แต่สถาปนิก (มักจะ) โดนด่าภายหลัง (ฮา)
++
รถพุ่มพวง
โดย ปริญญา ตรีน้อยใส คอลัมน์ มองบ้านมองเมือง
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 02 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 33 ฉบับที่ 1681 หน้า 37
เมื่อเร็วๆ นี้ นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนเรื่อง ตลาดออนไลน์ ในมติชนรายวัน เลยรู้ว่า ปรมาจารย์ทางด้านประวัติศาสตร์เป็นผู้ก้าวไปกับโลกไฮเทค จึงฉายภาพธุรกิจหนังสือบ้านเราที่เข้าสู่ระบบทุนนิยมอย่างเต็มตัว และเกิดการซื้อขายผ่านตลาดออนไลน์
ในบทความเดียวกันได้กล่าวย้อนอดีตไปถึง ตลาด ที่เดิมทีคือ ถนนหรือคลอง ที่กิจการค้าหาบเร่หรือแผงลอย อาศัยเป็นทำเลทำมาหากิน จึงเป็นโอกาสให้มองบ้านมองเมืองขอย้อนมองอดีต
เมื่อครั้งที่คลองถูกถม ทำให้การค้าขายทางน้ำหมดไป เหลือเพียงตลาดทางน้ำเพื่อการท่องเที่ยว ที่แผงไม่ลอยไปลอยมา เช่นเดียวกับปริมาณการจราจรที่คับคั่งบนถนน เบียดหาบเร่ให้ไปอยู่บนทางเท้า (และทางเท้าลอยฟ้า) เกิดเป็นแหล่งรายได้หลักของเจ้าหน้าที่ดูแล และเป็นตลาดสดสำหรับคนทำงาน
แต่ก็เป็นสิ่งกีดขวางการเดินเท้าของชาวบ้าน ที่ต้องยอมไปเดินบนถนน และยอมเสี่ยงชีวิตกับรถราที่วิ่งไปมา
เดิมทีหาบเร่แผงลอยเคยย้ายเข้าไปรวมกันในตลาดสด ที่เปิดบริการตามชุมชนต่างๆ แต่ก็ต้องเข้าใจว่า รูปแบบตลาดสดนั้น ไม่ใช่วิถีชีวิตของชาวไทยดั้งเดิม หากเป็นกิจการส่งเสริมสุขลักษณะที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมานี้เอง
เหมือนอย่างเช่น ตลาดวโรรสเจ้าเก่าที่เชียงใหม่นั้น พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงนำแบบอย่างและเงินทุนจากกรุงเทพฯ มาสร้างโรงเรือนและห้องแถวตรงบริเวณข่วงเมรุ ริมแม่น้ำปิง ให้เป็นตลาดทันสมัย เป็นหน้าเป็นตาของเมือง จนได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน
ตลาดแห่งอื่น เมืองอื่น คงมีที่มาคล้ายๆ กัน เมื่อเทศบาลลงทุนสร้างตลาดเพื่อให้เป็นศูนย์กลางชุมชน เช่นเดียวกับกรมธนารักษ์ สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
หรือแม้แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ลงทุนสร้างเพื่อหารายได้
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในยุคแรกของไทย จึงประกอบด้วย ตลาดสดและห้องแถวที่อยู่โดยรอบ ก่อนที่แปรเปลี่ยน เพิ่มกิจการท่ารถโดยสาร โรงภาพยนตร์ หรือโรงแรม จนกลายเป็นแบบแผนศูนย์กลางธุรกิจของเมือง คล้ายกับ Central Business District CBD ในเมืองฝรั่ง
เมื่อธุรกิจข้ามชาติที่แผ่อิทธิพลการค้า จากยุคล่าอาณานิคมมาจนถึงยุคแบรนด์เนม ทุกวันนี้บรรดาซูเปอร์สโตร์จากต่างชาติเข้ามาสนองวิถีชีวิตสมัยใหม่
ยุคที่การเดินทางโดยรถยนต์เป็นเรื่องปกติ คนไทยยังต้องการเสพติดความสะดวกสบาย ความสะอาด และความเย็นสบาย ส่งผลให้ซูเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์สโตร์ และศูนย์การค้า บานสะพรั่งไปทั่วประเทศ
ในขณะที่ตลาดรุ่นเก่าเลือนหายไป กลายเป็น ตลาดอนุรักษ์เพื่อการท่องเที่ยว (ฮา)
เช่นเดียวกับหาบเร่หรือแผงลอย ที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและเทคโนโลยีเมื่อจักรยานยนต์หรือรถยนต์บรรทุกเล็กหรือปิกอัพ กลายเป็นพาหนะประจำครัวเรือน
พ่อค้าแม่ค้าจึงบรรทุกสินค้าบนรถจักรยานยนต์หรือรถปิกอัพ มีการมัดรวมใส่ถุงพลาสติกแขวนเรียงรายให้เห็น
จนเป็นที่มาของคำเรียกขานว่า รถพุ่มพวง ที่ให้บริการอาหารสดและสินค้าอื่นๆ ถึงบ้านถึงเรือนผู้ซื้อ อาศัยความคุ้นเคยส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือทางการตลาด มีบริการเสริม เช่น การสั่ง รับสั่งอาหารพิเศษสำหรับทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระ รับจ่ายค่าน้ำค่าไฟฟ้า เป็นต้น
จากกำลังคนในการหาบและพายเรือที่รัศมีการบริการจำกัดในอดีต มาสู่กำลังเครื่องยนต์ที่ขยายรัศมีบริการกว้างไกลมากขึ้นในปัจจุบัน เราจึงพบเห็นรถพุ่มพวงทั้งในเมืองและชนบท
แม้แต่ใจกลางเมือง อย่าง สาทร นราธิวาสราชนครินทร์ ก็มีรถพุ่มพวงขายสินค้าให้คนงานก่อสร้าง คนงานบ้าน รวมทั้งพนักงานระดับล่าง
ในขณะที่ ตลาดสดและห้องแถว ที่เป็นผลิตผลของสังคมไทยยุคใหม่ ค่อยๆ จืดจางลง หาบเร่แผงลอย ที่เป็นวิถีชีวิตของไทยดั้งเดิม ย้อนกลับคืนมาคึกคักในรูปแบบรถพุ่มพวงที่สอดคล้องกับสภาพบ้านเมืองและเทคโนโลยีปัจจุบันอย่างลงตัว
เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า บ้านเมืองนั้นเป็นสิ่งมีชีวิต
หากไม่ยอมสูญสลายไป ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
.
Selected Messages & Good Article for People Ideas and Social Justice .. หวังความต่อเนื่องของพลังประชาธิปไตยและการเลือกตั้งของปวงชนอันเป็นรากฐานอำนาจอธิปไตย เพื่อกำกับกติกาและอำนาจการเมือง-อำนาจตุลาการ ไม่ว่าต่อคนชั่ว(เพราะใคร?) และคนดี(ของใคร?) ไม่ให้อยู่เหนือนิติรัฐของประชาชน
http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สะสมทุนเบื้องต้นให้บรรลุ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สะสมทุนเบื้องต้นให้บรรลุ แสดงบทความทั้งหมด
2555-11-27
2555-09-26
ยุคฟื้นฟูของการอ่าน, แปลวิกิพีเดียเป็นอีบุ๊กฯ โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
.
ยุคฟื้นฟูของการอ่าน
โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com คอลัมน์ แลไปข้างหน้า
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1674 หน้า 100
( ภาพจาก : www.kidtalentz.com )
งานมหกรรมหนังสือฯ ประจำปีที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใกล้จะมาเยือนอีกรอบในเดือนตุลาคม หนังสือใหม่ๆ น่าสนใจทยอยออกมาโฆษณาประชาสัมพันธ์กัน
ปัญหาในเรื่องระบบการจัดจำหน่ายซึ่งปีนี้สะท้อนออกมาเด่นชัดให้เป็นเรื่องชุลมุนเกี่ยวกับค่าดีซีหรือค่าธรรมเนียมศูนย์กระจายสินค้าที่ซาลงไปแล้ว
ทำให้งานหนังสือประจำปีทั้งงานมหกรรมฯ และงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่เป็นไฮไลต์ใหญ่ที่สุดของวงการ มีความสำคัญสำหรับสำนักพิมพ์น้อยใหญ่ในประเทศไทย
ประการหนึ่งคือตักตวงโอกาสให้หนังสือออกใหม่ในจังหวะนั้น ประการหนึ่งคือการระบายหนังสือเก่าค้างสต๊อก ประการหนึ่งคือเงินสดๆ เป็นกอบเป็นกำ
ทุกวันนี้ต่อให้ไปเดินร้านหนังสือบ่อยๆ แต่เมื่อไปงานหนังสือก็จะตื่นตาตื่นใจกับการได้ไปเห็นหนังสือมากมายที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเคยมีการพิมพ์ออกมาวางขายในโลกนี้มาก่อน ...ครับ ผมหมายถึงหนังสือภาษาไทยนี่แหละ เพราะข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่ทำให้หนังสือจำนวนมากถูกกลืนหายไปในชั้นหนังสือของร้านหนังสือ
ก่อนหน้านี้หนักกว่านี้ แต่โชคดีที่ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกออนไลน์ คอหนังสือมีโอกาสรับรู้ข่าวสารของหนังสือเล่มใหม่ๆ ที่ออกมาวางขายแต่ไม่เคยเห็นในร้านหนังสือ ซึ่งปกติเขาก็ออกกันตลอดปีอยู่แล้ว ไม่ได้มาโหมออกกันเฉพาะงานหนังสือ
แต่ก็เหมือนกับโฆษณาทางทีวีของอะเมซอน (Amazon.com) เมื่อไม่นานมานี้ อะเมซอนเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า Kindle PaperWhite แล้วใช้ประโยคว่า "มีเพียงสิ่งเดียวที่สมบูรณ์แบบกว่าการอ่านคือการอ่านมากขึ้น"
ถามว่าทำไมอะเมซอนพูดแบบนี้
อเมซอนคือเจ้าแห่งการขายหนังสือผ่านทางอินเตอร์เน็ต คว่ำยักษ์ใหญ่พวกบริกแอนด์มอร์ทาร์มานับไม่ถ้วน แล้วอะเมซอนก็มาเป็นเจ้าแห่งการขายอีบุ๊ก ชั่วระยะเวลาแค่สี่ปีหลังจากทำเครื่องคินเดิ้ลออกมาขายไม่นานนักอะเมซอนก็ประกาศย้ำแล้วย้ำอีกว่ายอดขายอีบุ๊กแซงยอดขายหนังสือเล่มที่พิมพ์บนกระดาษหมดแล้ว
แต่นั่นเฉพาะยอดขายของอเมซอน ไม่ใช่ยอดขายของอุตสาหกรรมหนังสือทั้งระบบ เพราะโดยภาพรวมยอดขายหนังสือเล่มยังคงมีสัดส่วนมากกว่า มากกว่ากันมาก เฉพาะในสหรัฐอเมริกายอดขายจากข้อมูลในรายงาน BookStats 2012 ที่จัดทำโดยสมาคมผู้พิมพ์ผู้จำหน่ายและกลุ่มศึกษาอุตสาหกรรมหนังสือในอเมริกา สัดส่วนของอีบุ๊กในขณะนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 จากมูลค่ารวมของตลาดหนังสือเกือบสี่แสนล้านบาท
ยอดขายอีบุ๊กโตแบบพุ่งขึ้นฟ้าเหมือนตะไล แต่ยอดขายหนังสือเล่มก็โตขึ้นด้วยเช่นกัน
นี่เป็นเหตุที่บทความหนึ่งของเดอะ การ์เดียนเรียกมันว่า "ยุคเรอเนสซองซ์ของการอ่าน"
เดอะ การ์เดียนเป็นหนังสือพิมพ์มาตรฐานระดับโลกที่มีฐานอยู่ในอังกฤษ ให้ข้อมูลที่มาจากอะเมซอนอีกทีว่าคนอังกฤษหลังจากใช้เครื่องอ่านคินเดิ้ล ซื้อหนังสืออ่านเพิ่มขึ้นสี่เท่า
ไม่น่าแปลกใจที่โฆษณาขายเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นใหม่ของอะเมซอนจะบอกว่า "มีเพียงสิ่งเดียวที่สมบูรณ์แบบกว่าการอ่านคือการอ่านมากขึ้น"
++
แปลวิกิพีเดียเป็นอีบุ๊ก จากออนไลน์สู่ออฟไลน์
โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com คอลัมน์ แลไปข้างหน้า
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1675 หน้า 100
เชื่อว่าท่านผู้อ่านจำนวนมาก ก็เหมือนๆ คนใช้อินเตอร์เน็ตโดยทั่วไปที่อย่างน้อยต้องใช้บริการของวิกิพีเดีย (wikipedia.org) อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ถ้าไม่ได้เข้าไปค้นหาข้อมูลโดยตรงจากวิกิพีเดียก็อาจจะเข้าไปโดยผ่านผลการค้นจากกูเกิ้ลอีกทอด
วิกิพีเดียเป็นคลังของฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือกล่าวให้ชัดเจนขึ้นก็คือเอ็นไซโคลพิเดียออนไลน์ที่เกิดจากการการป้อนข้อมูล ตรวจตรา แก้ไข กันเองในหมู่คนบนโลกออนไลน์โดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ เป็นแนวคิดที่ชัดเจนของสิ่งที่เรียกว่าคลาวด์ ซอร์สซิ่ง
บ่อยครั้งที่ผมเกิดความสงสัยหรือต้องการค้นคว้าอะไรบางเรื่อง ก็พึ่งพิงวิกิพีเดียนี่แหละครับ
ปัจจุบันวิกิพีเดียมีบทความเฉพาะที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่มากกว่า 4 ล้านบทความ และยังมีบทความในภาษาอื่นๆ อีกมากมายทั่วโลกเกือบ 300 ภาษา เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นคลังข้อมูลออนไลน์ใหญ่ที่สุดที่คนทั่วโลกใช้กัน
เมื่อไม่กี่วันมานี้ วิกิพีเดีย เริ่มเปิดบริการใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือการแปลงข้อมูลหรือบทความที่ค้นเจอบนไซต์ออกไปเป็นอีบุ๊ก หากดูจากไซต์บาร์ทางด้านซ้ายเมื่อเข้าไปยังเว็บไซต์วิกิพีเดีย จะเห็นหัวข้อ Print/Export ตรงนี้เองที่เป็นของใหม่ให้เราสามารถแปลงบทความที่ค้นได้ให้เป็นอีบุ๊ก
รูปแบบของไฟล์ที่แปลงออกมาเลือกได้สามแบบคือ PDF, epub และโอเพ่นออฟฟิศ
PDF เป็นไฟล์ที่น่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว ส่วนโอเพ่นออฟฟิศก็คือรูปแบบไฟล์แบบเดียวกับเวิร์ด และ epub คือมาตรฐานไฟล์อีบุ๊กที่เป็นสากล มีความยืดหยุ่นมากในการนำไปอ่านบนอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องอ่านอีบุ๊กทั่วไป และแท็บเล็ต
สาเหตุที่วิกิพีเดียเพิ่มฟีเจอร์ให้เอ็กซ์พอร์ตออกมาเป็นไฟล์นั้นชัดเจนมาก นั่นคือเพื่อตอบสนองการอ่านแบบออฟไลน์ ค้นแล้วแปลงๆ หลังจากนั้น ค่อยนำไปอ่านผ่านเครื่องมือหลากแพลตฟอร์มโดยไม่ต้องพึ่งพาอินเตอร์เน็ต
การที่สามารถรวบรวมข้อมูลที่ค้นคว้ามาได้มาอ่านแบบออฟไลน์นั้นเหมาะสำหรับการทำงานค้นคว้าในเรื่องต่างๆ อย่างยิ่ง หากสังเกตให้ดีบทความที่ค้นได้จากวิกิพีเดียนั้นจำนวนมากมักจะมีลิงก์อยู่ใต้คำหรือที่เรียกว่าไฮเปอร์เท็กซ์ให้เราคลิกต่อไปยังเรื่องนั้น เช่น เราค้นเรื่องฮิกโบซอน
ในบทความมีคำว่าสสารมืด หากคลิกสสารมืด ก็จะพาเราเข้าไปสู่เรื่องสสารมืด มันจะต่อเนื่องไปแบบนี้ไม่รู้จบ
ถ้าเราเลือกเอ็กซ์พอร์ตแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นไฟล์อีบุ๊ก แล้วอ่านเป็นลำดับไปก็จะสะดวกกว่าการคลิกกระโดดๆ ไปเรื่อยๆ
ในอีกด้านหนึ่งวิธีนี้ตอบสนองต่อความไม่แน่นอนของอินเตอร์เน็ต บ่อยไปแม้ในบ้านเราเองก็จะพบปัญหาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ต บางพื้นที่อาจจะไม่มีด้วยซ้ำ
นี่จึงเป็นคุณูปการอีกอย่างหนึ่งที่วิกิพีเดียมอบให้แก่โลก
.
ยุคฟื้นฟูของการอ่าน
โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com คอลัมน์ แลไปข้างหน้า
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1674 หน้า 100
( ภาพจาก : www.kidtalentz.com )
งานมหกรรมหนังสือฯ ประจำปีที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใกล้จะมาเยือนอีกรอบในเดือนตุลาคม หนังสือใหม่ๆ น่าสนใจทยอยออกมาโฆษณาประชาสัมพันธ์กัน
ปัญหาในเรื่องระบบการจัดจำหน่ายซึ่งปีนี้สะท้อนออกมาเด่นชัดให้เป็นเรื่องชุลมุนเกี่ยวกับค่าดีซีหรือค่าธรรมเนียมศูนย์กระจายสินค้าที่ซาลงไปแล้ว
ทำให้งานหนังสือประจำปีทั้งงานมหกรรมฯ และงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่เป็นไฮไลต์ใหญ่ที่สุดของวงการ มีความสำคัญสำหรับสำนักพิมพ์น้อยใหญ่ในประเทศไทย
ประการหนึ่งคือตักตวงโอกาสให้หนังสือออกใหม่ในจังหวะนั้น ประการหนึ่งคือการระบายหนังสือเก่าค้างสต๊อก ประการหนึ่งคือเงินสดๆ เป็นกอบเป็นกำ
ทุกวันนี้ต่อให้ไปเดินร้านหนังสือบ่อยๆ แต่เมื่อไปงานหนังสือก็จะตื่นตาตื่นใจกับการได้ไปเห็นหนังสือมากมายที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเคยมีการพิมพ์ออกมาวางขายในโลกนี้มาก่อน ...ครับ ผมหมายถึงหนังสือภาษาไทยนี่แหละ เพราะข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่ทำให้หนังสือจำนวนมากถูกกลืนหายไปในชั้นหนังสือของร้านหนังสือ
ก่อนหน้านี้หนักกว่านี้ แต่โชคดีที่ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกออนไลน์ คอหนังสือมีโอกาสรับรู้ข่าวสารของหนังสือเล่มใหม่ๆ ที่ออกมาวางขายแต่ไม่เคยเห็นในร้านหนังสือ ซึ่งปกติเขาก็ออกกันตลอดปีอยู่แล้ว ไม่ได้มาโหมออกกันเฉพาะงานหนังสือ
แต่ก็เหมือนกับโฆษณาทางทีวีของอะเมซอน (Amazon.com) เมื่อไม่นานมานี้ อะเมซอนเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า Kindle PaperWhite แล้วใช้ประโยคว่า "มีเพียงสิ่งเดียวที่สมบูรณ์แบบกว่าการอ่านคือการอ่านมากขึ้น"
ถามว่าทำไมอะเมซอนพูดแบบนี้
อเมซอนคือเจ้าแห่งการขายหนังสือผ่านทางอินเตอร์เน็ต คว่ำยักษ์ใหญ่พวกบริกแอนด์มอร์ทาร์มานับไม่ถ้วน แล้วอะเมซอนก็มาเป็นเจ้าแห่งการขายอีบุ๊ก ชั่วระยะเวลาแค่สี่ปีหลังจากทำเครื่องคินเดิ้ลออกมาขายไม่นานนักอะเมซอนก็ประกาศย้ำแล้วย้ำอีกว่ายอดขายอีบุ๊กแซงยอดขายหนังสือเล่มที่พิมพ์บนกระดาษหมดแล้ว
แต่นั่นเฉพาะยอดขายของอเมซอน ไม่ใช่ยอดขายของอุตสาหกรรมหนังสือทั้งระบบ เพราะโดยภาพรวมยอดขายหนังสือเล่มยังคงมีสัดส่วนมากกว่า มากกว่ากันมาก เฉพาะในสหรัฐอเมริกายอดขายจากข้อมูลในรายงาน BookStats 2012 ที่จัดทำโดยสมาคมผู้พิมพ์ผู้จำหน่ายและกลุ่มศึกษาอุตสาหกรรมหนังสือในอเมริกา สัดส่วนของอีบุ๊กในขณะนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 จากมูลค่ารวมของตลาดหนังสือเกือบสี่แสนล้านบาท
ยอดขายอีบุ๊กโตแบบพุ่งขึ้นฟ้าเหมือนตะไล แต่ยอดขายหนังสือเล่มก็โตขึ้นด้วยเช่นกัน
นี่เป็นเหตุที่บทความหนึ่งของเดอะ การ์เดียนเรียกมันว่า "ยุคเรอเนสซองซ์ของการอ่าน"
เดอะ การ์เดียนเป็นหนังสือพิมพ์มาตรฐานระดับโลกที่มีฐานอยู่ในอังกฤษ ให้ข้อมูลที่มาจากอะเมซอนอีกทีว่าคนอังกฤษหลังจากใช้เครื่องอ่านคินเดิ้ล ซื้อหนังสืออ่านเพิ่มขึ้นสี่เท่า
ไม่น่าแปลกใจที่โฆษณาขายเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นใหม่ของอะเมซอนจะบอกว่า "มีเพียงสิ่งเดียวที่สมบูรณ์แบบกว่าการอ่านคือการอ่านมากขึ้น"
++
แปลวิกิพีเดียเป็นอีบุ๊ก จากออนไลน์สู่ออฟไลน์
โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com คอลัมน์ แลไปข้างหน้า
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1675 หน้า 100
เชื่อว่าท่านผู้อ่านจำนวนมาก ก็เหมือนๆ คนใช้อินเตอร์เน็ตโดยทั่วไปที่อย่างน้อยต้องใช้บริการของวิกิพีเดีย (wikipedia.org) อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ถ้าไม่ได้เข้าไปค้นหาข้อมูลโดยตรงจากวิกิพีเดียก็อาจจะเข้าไปโดยผ่านผลการค้นจากกูเกิ้ลอีกทอด
วิกิพีเดียเป็นคลังของฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือกล่าวให้ชัดเจนขึ้นก็คือเอ็นไซโคลพิเดียออนไลน์ที่เกิดจากการการป้อนข้อมูล ตรวจตรา แก้ไข กันเองในหมู่คนบนโลกออนไลน์โดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ เป็นแนวคิดที่ชัดเจนของสิ่งที่เรียกว่าคลาวด์ ซอร์สซิ่ง
บ่อยครั้งที่ผมเกิดความสงสัยหรือต้องการค้นคว้าอะไรบางเรื่อง ก็พึ่งพิงวิกิพีเดียนี่แหละครับ
ปัจจุบันวิกิพีเดียมีบทความเฉพาะที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่มากกว่า 4 ล้านบทความ และยังมีบทความในภาษาอื่นๆ อีกมากมายทั่วโลกเกือบ 300 ภาษา เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นคลังข้อมูลออนไลน์ใหญ่ที่สุดที่คนทั่วโลกใช้กัน
เมื่อไม่กี่วันมานี้ วิกิพีเดีย เริ่มเปิดบริการใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือการแปลงข้อมูลหรือบทความที่ค้นเจอบนไซต์ออกไปเป็นอีบุ๊ก หากดูจากไซต์บาร์ทางด้านซ้ายเมื่อเข้าไปยังเว็บไซต์วิกิพีเดีย จะเห็นหัวข้อ Print/Export ตรงนี้เองที่เป็นของใหม่ให้เราสามารถแปลงบทความที่ค้นได้ให้เป็นอีบุ๊ก
รูปแบบของไฟล์ที่แปลงออกมาเลือกได้สามแบบคือ PDF, epub และโอเพ่นออฟฟิศ
PDF เป็นไฟล์ที่น่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว ส่วนโอเพ่นออฟฟิศก็คือรูปแบบไฟล์แบบเดียวกับเวิร์ด และ epub คือมาตรฐานไฟล์อีบุ๊กที่เป็นสากล มีความยืดหยุ่นมากในการนำไปอ่านบนอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องอ่านอีบุ๊กทั่วไป และแท็บเล็ต
สาเหตุที่วิกิพีเดียเพิ่มฟีเจอร์ให้เอ็กซ์พอร์ตออกมาเป็นไฟล์นั้นชัดเจนมาก นั่นคือเพื่อตอบสนองการอ่านแบบออฟไลน์ ค้นแล้วแปลงๆ หลังจากนั้น ค่อยนำไปอ่านผ่านเครื่องมือหลากแพลตฟอร์มโดยไม่ต้องพึ่งพาอินเตอร์เน็ต
การที่สามารถรวบรวมข้อมูลที่ค้นคว้ามาได้มาอ่านแบบออฟไลน์นั้นเหมาะสำหรับการทำงานค้นคว้าในเรื่องต่างๆ อย่างยิ่ง หากสังเกตให้ดีบทความที่ค้นได้จากวิกิพีเดียนั้นจำนวนมากมักจะมีลิงก์อยู่ใต้คำหรือที่เรียกว่าไฮเปอร์เท็กซ์ให้เราคลิกต่อไปยังเรื่องนั้น เช่น เราค้นเรื่องฮิกโบซอน
ในบทความมีคำว่าสสารมืด หากคลิกสสารมืด ก็จะพาเราเข้าไปสู่เรื่องสสารมืด มันจะต่อเนื่องไปแบบนี้ไม่รู้จบ
ถ้าเราเลือกเอ็กซ์พอร์ตแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นไฟล์อีบุ๊ก แล้วอ่านเป็นลำดับไปก็จะสะดวกกว่าการคลิกกระโดดๆ ไปเรื่อยๆ
ในอีกด้านหนึ่งวิธีนี้ตอบสนองต่อความไม่แน่นอนของอินเตอร์เน็ต บ่อยไปแม้ในบ้านเราเองก็จะพบปัญหาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ต บางพื้นที่อาจจะไม่มีด้วยซ้ำ
นี่จึงเป็นคุณูปการอีกอย่างหนึ่งที่วิกิพีเดียมอบให้แก่โลก
.
2555-08-21
รถไฟความเร็วสูง (1) โดย วิรัตน์ แสงทองคำ
.
รถไฟความเร็วสูง (1)
โดย วิรัตน์ แสงทองคำ htpp//:viratts.wordpress.com
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1667 หน้า 28
รถไฟความเร็วสูง-เป็นโครงการสาธารณะที่สำคัญมากในเวลานี้ ควรให้ความสนใจ ตีความและอรรถาธิบายอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะความสำคัญในมิติทางเศรษฐกิจ ธุรกิจและโอกาสของปัจเจกชน อาจถือเป็นภาคผนวกของบทความชุดใหญ่ (โฉมหน้าใหม่สังคมธุรกิจหลังปี 2540) ของผมที่เพิ่งจบไปด้วยก็ได้
จากการพิจารณาข้อเขียนของตนเองในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้เคยกล่าวถึงบทบาทของรถไฟไทยในเชิงประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไว้บ้าง เป็นภาพที่จับต้องได้หลายภาพ
ควรอ้างอิงถึง ปะติดปะต่อ ขยายความ และเชื่อมโยงมาถึงปัจจุบันและคาดการณ์อนาคตได้ตามสมควร
รถไฟสายใต้
บทบาททางเศรษฐกิจ
การสร้างทางรถไฟเส้นทางสายใต้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2444 จากธนบุรี บริเวณริมฝั่งเจ้าพระยา สร้างถึงจังหวัดเพชรบุรีในปี 2446 จำต้องหยุดสร้างไปหลายปีเนื่องจากมีปัญหาเงินลงทุน หลังจากกู้เงินจากอาณานิคมอังกฤษได้จึงเริ่มสร้างต่ออีกครั้ง ในปี 2452 จนถึงสงขลา (2458) และปลายทางที่ปาดังเบซาร์ (2461)
"สยามกำลังผนวกระบบเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตทางภาคใต้เข้ามา หลังจากการค้าข้าวและสัมปทานไม้สักเริ่มถึงจุดอิ่มตัว ส่วนการค้าแร่ดีบุกเพิ่งเริ่มต้น ทั้งนี้ มาจากแรงบีบจากอังกฤษซึ่งมีกิจการเหมืองแร่ในเขตปกครองที่มาเลเซียในขณะนั้นและกำลังเริ่มเข้ามาเมืองไทยด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทดแทนการทำเหมืองแบบเก่าของเจ้าเมืองเชื้อสายจีน" นักวิชาการชาวญี่ปุ่นผู้ศึกษาสังคมไทยอย่างดี กล่าวไว้อย่างสมเหตุสมผล (จากหนังสือ Capital Accumulation in Thailand 1855-1985 ของ Akira Suehiro)
ความพยายามสร้างทางรถไฟจากเพชรบุรีต่อไปจนถึงใต้สุดของสยามในเวลานั้น ต้องใช้เงินกู้ต่างประเทศ หนังสือพระราชนิพนธ์ไกลบ้านได้กล่าวถึงความพยายามเจรจากับอังกฤษในกรณีนี้ไว้อย่างมีสีสัน
"ในปี 2552 กู้เงินครั้งใหญ่ จำนวน 4,630,000 ปอนด์ จาก Federation of Malay Straits (เขตปกครองหนึ่ง ของสหราชอาณาจักรในมาเลเซีย) ด้วยเงื่อนไขผ่อนชำระยะยาวถึง 40 ปี เป็นการกู้เงินที่มีวัตถุประสงค์เจาะจงและมีเงื่อนไขที่น่าสนใจ--เพื่อสร้างทางรถไฟไปเชื่อมต่อบริเวณแหลมมลายูในส่วนที่เป็นเขตแดนของสยาม โดยใช้ทางรถไฟเป็นหลักประกัน"
นี่คือสาระจากข้อมูลของนักวิชาการตะวันตกที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงนั้น แม้เป็นรายละเอียดในเชิงเทคนิค แต่น่าสนใจ
(สรุปความมาจากจาก Economic Handbook of the Pacific Area Edited by Frederick V. Field for the Institute of Pacific Relations, Foreword by Newton D. Baker Doubleday, Doran & Company Inc. Garden City, New York 1934 )
โอกาสใหม่ของปัจเจก
กรณีเจียกีซี
เจียกีซี หรือ ขุนนิพัทธ์จีนนคร ต้นตระกูลจิระนคร เป็นฟันเฟืองหนึ่งการขบวนการสร้างรถในช่วงต่อจากเพชรบุรี ผ่านสงขลา หาดใหญ่ และปาดังเบซาร์ ในฐานะเป็นผู้รับเหมาช่วงในการหักร้างถางป่า ตามเส้นทางรถไฟ แม้เป็นบุกเบิกที่ยากลำบากมาก แต่ได้เปิดโอกาสครั้งสำคัญให้เขา
เขาสามารถเข้าอยู่เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทางเศรษฐกิจใหม่ในยุคนั้น ตามตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา พอสันนิษฐานได้ว่า การบุกเบิกแผ้วถางป่าเพื่อสร้างทางรถไฟสายใต้ของเจียกีซี
เป็นเพียงบทบาทหนึ่งของบทบาทข้างเคียงอื่นๆ ในช่วงเดียวกันกับการแสวงหาและค้นพบแหล่งทำแร่ดีบุกอย่างขนานใหญ่ทางภาคใต้ของไทย
แม้โดยภาพรวมกิจการเหมืองแร่อยู่ภายใต้อิทธิพลอาณานิคมอังกฤษ ซึ่งครอบคลุมทั้งภูมิภาค แต่ผลประโยชน์บางส่วน ก็ตกกับคนท้องถิ่นบ้างเช่นกัน
ว่าไปแล้วบริเวณแหล่งแร่ดีบุกภาคใต้ มีพื้นที่กว้างขวาง ในแต่ละที่ได้ผลิตนักบุกเบิก และสร้างตำนานของปัจเจกที่สนใจไว้หลายคน นอกจากเจียกีซี แล้วยังมีบุคคลที่น่าสนใจอื่นๆ อีก โดยเฉพาะ พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี หรือคอซิมบี้ ต้นตระกูล ณ ระนอง แห่งเมืองตรัง ผู้มีอิทธิพลครอบคลุมสงขลา ปัตตานี และยะลา
ด้วยมีประสบการณ์มองเห็นวิวัฒนาการรถไฟอันน่าทึ่ง เจียกีซีได้กว้านซื้อบริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ ซึ่งเป็นชุมทางสำคัญของภาคใต้ ต่อมากลายแนวทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคคลาสสิคมากๆ
เจียกีซี ไม่เพียงเป็นตำนานของการสร้างเมืองหาดใหญ่เมื่อศตวรรษก่อนเท่านั้น พร้อมๆ กับการสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเอง เขายังมีบทบาทในฐานะผู้มีอำนาจทางการเมืองการปกครองระดับภาค ด้วยสามารถเชื่อมต่อกับอำนาจส่วนกลางได้ด้วย
สร้างอุตสาหกรรมขึ้นครั้งแรก
พัฒนาการของระบบรถไฟไทย มีความสำคัญและสัมพันธ์กับการเกิดขึ้นและพัฒนาการสำคัญบริษัทปูนซิเมนต์ไทยในฐานะอุตสาหกรรมแห่งแรกของไทย
แต่เดิมโครงการสร้างโรงงานซีเมนต์แห่งแรกของไทย ด้วยยุทธศาสตร์ว่าด้วยทำเลต้องเชื่อมโยงทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและทางรถไฟ แต่เนื่องด้วยต้องลงทุนสร้างรถไฟจากสถานีบางซื่อ เข้าถึงที่ดินริมน้ำเจ้าพระยามีระยะทางมากกว่า 2 กิโลเมตร แผนการจึงเปลี่ยนแปลงไป เลือกบริเวณที่ตั้งโรงงานใหม่ ติดริมทางรถไฟ ใกล้สถานีชุมทางบางซื่อแทน แต่ก็ต้องมีทางรถไฟเบี่ยงเข้าบริเวณโรงงานเพื่อขนส่งวัตถุดิบได้ง่ายด้วย
หน่วยงานรถไฟไทย มีความสัมพันธ์กับปูนซิเมนต์ไทยในฐานคู่ค้าสำคัญมาตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบัน
---บทบาทสำคัญในช่วงแรก การเชื่อมโยงระหว่างโรงงานที่บางซื่อกับแหล่งวัตถุดิบสำคัญในประเทศ ซึ่งถือเป็นเพียงชนิดเดียวในช่วงนั้น นอกเหนือจากนั้นต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้น
แหล่งดินขาว (Marl) ซึ่งในช่วงแรก (2456-2472) อยู่ที่ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ โดยขนส่งด้วยรถไฟสายเหนือจากสถานีช่องแคถึงบางซื่อเป็นระยะทาง 180 กิโลเมตร จากการศึกษาเอกสารประวัติศาสตร์หลายครั้งผมอาจสรุปได้ว่าในประวัติศาสตร์ช่วงต้น "ต้นทุนค่าขนส่งโดยรถไฟเป็นปัจจัยพิจารณาการตัดสินเชิงบริหารครั้งสำคัญๆ หลายครั้ง"
จากนั้นอีกประมาณ 6 ปี มีการค้นพบแหล่งวัตถุดิบใหม่ที่ใหญ่มาก อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ไม่เพียงอยู่ใกล้เส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น ยังย่นระยะทางลงอีก เหลือประมาณ 100 กิโลเมตร
ขณะเดียวกันในเวลานั้นมีบทสรุปสถานการณ์ทางธุรกิจที่ดี การคมนาคมโดยทางรถไฟ (และมีทางรถยนต์เพิ่มขึ้นบ้าง) ทำให้การตลาดซีเมนต์เติบโตขึ้นมาก จึงนำมาประกอบเป็นแผนการใหญ่ ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ท่าหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเวลาต่อมา
พร้อมๆ กับการสร้างรถไฟของตนเอง เป็นระยะทางถึง 8 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโรงงานท่าหลวงกับสถานีรถไฟบ้านหมอ
การสร้างตลาดระดับภูมิภาค
การสร้างทางรถไฟสายใต้ที่กล่าวถึงตอนต้น สามารถเชื่อมเส้นทางเข้าสู่มาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งในขณะนั้นเรียกว่าสหพันธรัฐมลายา (Federated Malay Stated, F.M.S) และ Straits Settlement (หมายถึงเกาะปีนัง-มะละกา-สิงคโปร์)
บริษัทปูนซิเมนต์ไทยเริ่มส่งออกซีเมนต์ไปต่างประเทศครั้งแรกในช่วงนั้นด้วย ตามหลักฐานยืนยันว่ามีการส่งออกไปจำนวนไม่มาก ในช่วงระหว่างปี 2461-2464 เป็นช่วงที่ปูนซีเมนต์จากยุโรปเข้ามาด้วยความยากลำบาก ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะเดียวกันเป็นช่วงตลาดในเมืองไทยยังไม่ขยายตัว
ปูนซิเมนต์ไทย ได้ตั้งตัวแทนขายครอบคลุมตลาด ทั้งในปีนัง เปรัก และตอนเหนือของเกาะสุมาตรา โดยใช้เส้นทางรถไฟจากภาคใต้ของไทยเข้าไปสู่ดินแดนของอาณานิคมของอังกฤษ
เป็นการดำเนินธุรกิจที่เป็นไปได้มากกว่าการขนส่งทางเรือ ซึ่งจะต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา
รถไฟความเร็วสูง
ความคาดหวังกับโครงการรถไฟความเร็วสูงในยุคปัจจุบันย่อมสูงมากว่าในอดีต
ทางเทคนิค
รถไฟความเร็วสูงที่กำลังกล่าวถึง คาดกันว่ามีความเร็วประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือมากกว่าความเร็วของรถไฟไทยปัจจุบันมากกว่าสามเท่า เป็นเทคโนโลยีใหม่ สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจ ที่ต้องการเวลาอันรวดเร็วและเร่งรีบ การบริหารจัดการกับเวลาที่ดี มีคุณค่าทางเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันอย่างมาก
ระบบรถไฟความเร็วสูง มีระบบและเทคโนโลยีการจัดการใหม่ โดยเฉพาะการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลาย อย่างยืดหยุ่นกับตารางเวลา
รถไฟความเร็วสูงจะใช้พลังงานไฟฟ้า แทนที่พลังงานเชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิล อย่างน้ำมันดีเซล (ระบบรถไฟที่ทันสมัยที่สุดของไทยเวลานี้) ในภาวะราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งปรากฏการณ์ราคาผันผวนอย่างสูงด้วย
การบริหารจัดการด้วยต้นทุนที่ต่ำ และมีเสถียรภาพย่อมเป็นปัจจัยสนับสนุนระบบทางยุทธศาสตร์ ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นระบบคมนาคมที่สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ทั้งมลภาวะและเสียง) มากกว่าระบบเดิม
ระบบโลจิสติกส์
ระบบรถไฟความเร็งสูง นอกจากจะมีความสำคัญด้วยตัวเองแล้ว ยังถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุดของระบบโลจิสติกส์ใหม่ ระบบที่เกิดจากวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของประเทศ เป็นพลังขับเคลื่อนและผนึกรวมกับระบบโลจิสติกส์เดิม รวมทั้งของภาคเอกชน
กลายเป็นระบบพื้นฐานของสังคม ให้ความสำคัญในการออกแบบ อย่างสร้างสรรค์และเป็นจริง ในฐานะกลไกสำคัญ สนับสนุนสังคมไทยในความหมายกว้างที่สุดเท่าที่จินตนาการได้ เปิดโอกาสให้สมาชิกในสังคมอย่างเท่าเทียม ในการใช้ประโยชน์ สนับสนุนการสร้างสรรค์ใหม่ รวมทั้ง เข้าเป็นห่วงโซ่ต่างๆ ของระบบโลจิสติกส์ใหม่
ระบบโลจิสติกส์ใหม่ในฐานะพลังขับเคลื่อนของระบบเศรษฐกิจไทย สามารถผนึกเข้ากับระบบเศรษฐกิจ (ประเทศ) อื่นๆ ของภูมิภาค ทั้งในฐานะสมาชิกในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และในฐานะศูนย์กลาง (Hub) ของภูมิภาค ที่มี "คุณค่า" จับต้องได้
แนวความคิดกว้างๆ ว่าด้วยรถไฟความเร็วสูงที่กล่าวถึงตอนท้ายๆ จำเป็นต้องขยายความอีกมาก ผมพยายามจะเข้าถึงข้อมูลและความคาดหวังของผู้เกี่ยวข้อง (Stakeholders) มานำเสนอเป็นเรื่องราวต่อไป อีกหลายตอน โปรดคอยติดตาม
.
รถไฟความเร็วสูง (1)
โดย วิรัตน์ แสงทองคำ htpp//:viratts.wordpress.com
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1667 หน้า 28
รถไฟความเร็วสูง-เป็นโครงการสาธารณะที่สำคัญมากในเวลานี้ ควรให้ความสนใจ ตีความและอรรถาธิบายอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะความสำคัญในมิติทางเศรษฐกิจ ธุรกิจและโอกาสของปัจเจกชน อาจถือเป็นภาคผนวกของบทความชุดใหญ่ (โฉมหน้าใหม่สังคมธุรกิจหลังปี 2540) ของผมที่เพิ่งจบไปด้วยก็ได้
จากการพิจารณาข้อเขียนของตนเองในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้เคยกล่าวถึงบทบาทของรถไฟไทยในเชิงประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไว้บ้าง เป็นภาพที่จับต้องได้หลายภาพ
ควรอ้างอิงถึง ปะติดปะต่อ ขยายความ และเชื่อมโยงมาถึงปัจจุบันและคาดการณ์อนาคตได้ตามสมควร
รถไฟสายใต้
บทบาททางเศรษฐกิจ
การสร้างทางรถไฟเส้นทางสายใต้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2444 จากธนบุรี บริเวณริมฝั่งเจ้าพระยา สร้างถึงจังหวัดเพชรบุรีในปี 2446 จำต้องหยุดสร้างไปหลายปีเนื่องจากมีปัญหาเงินลงทุน หลังจากกู้เงินจากอาณานิคมอังกฤษได้จึงเริ่มสร้างต่ออีกครั้ง ในปี 2452 จนถึงสงขลา (2458) และปลายทางที่ปาดังเบซาร์ (2461)
"สยามกำลังผนวกระบบเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตทางภาคใต้เข้ามา หลังจากการค้าข้าวและสัมปทานไม้สักเริ่มถึงจุดอิ่มตัว ส่วนการค้าแร่ดีบุกเพิ่งเริ่มต้น ทั้งนี้ มาจากแรงบีบจากอังกฤษซึ่งมีกิจการเหมืองแร่ในเขตปกครองที่มาเลเซียในขณะนั้นและกำลังเริ่มเข้ามาเมืองไทยด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทดแทนการทำเหมืองแบบเก่าของเจ้าเมืองเชื้อสายจีน" นักวิชาการชาวญี่ปุ่นผู้ศึกษาสังคมไทยอย่างดี กล่าวไว้อย่างสมเหตุสมผล (จากหนังสือ Capital Accumulation in Thailand 1855-1985 ของ Akira Suehiro)
ความพยายามสร้างทางรถไฟจากเพชรบุรีต่อไปจนถึงใต้สุดของสยามในเวลานั้น ต้องใช้เงินกู้ต่างประเทศ หนังสือพระราชนิพนธ์ไกลบ้านได้กล่าวถึงความพยายามเจรจากับอังกฤษในกรณีนี้ไว้อย่างมีสีสัน
"ในปี 2552 กู้เงินครั้งใหญ่ จำนวน 4,630,000 ปอนด์ จาก Federation of Malay Straits (เขตปกครองหนึ่ง ของสหราชอาณาจักรในมาเลเซีย) ด้วยเงื่อนไขผ่อนชำระยะยาวถึง 40 ปี เป็นการกู้เงินที่มีวัตถุประสงค์เจาะจงและมีเงื่อนไขที่น่าสนใจ--เพื่อสร้างทางรถไฟไปเชื่อมต่อบริเวณแหลมมลายูในส่วนที่เป็นเขตแดนของสยาม โดยใช้ทางรถไฟเป็นหลักประกัน"
นี่คือสาระจากข้อมูลของนักวิชาการตะวันตกที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงนั้น แม้เป็นรายละเอียดในเชิงเทคนิค แต่น่าสนใจ
(สรุปความมาจากจาก Economic Handbook of the Pacific Area Edited by Frederick V. Field for the Institute of Pacific Relations, Foreword by Newton D. Baker Doubleday, Doran & Company Inc. Garden City, New York 1934 )
โอกาสใหม่ของปัจเจก
กรณีเจียกีซี
เจียกีซี หรือ ขุนนิพัทธ์จีนนคร ต้นตระกูลจิระนคร เป็นฟันเฟืองหนึ่งการขบวนการสร้างรถในช่วงต่อจากเพชรบุรี ผ่านสงขลา หาดใหญ่ และปาดังเบซาร์ ในฐานะเป็นผู้รับเหมาช่วงในการหักร้างถางป่า ตามเส้นทางรถไฟ แม้เป็นบุกเบิกที่ยากลำบากมาก แต่ได้เปิดโอกาสครั้งสำคัญให้เขา
เขาสามารถเข้าอยู่เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทางเศรษฐกิจใหม่ในยุคนั้น ตามตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา พอสันนิษฐานได้ว่า การบุกเบิกแผ้วถางป่าเพื่อสร้างทางรถไฟสายใต้ของเจียกีซี
เป็นเพียงบทบาทหนึ่งของบทบาทข้างเคียงอื่นๆ ในช่วงเดียวกันกับการแสวงหาและค้นพบแหล่งทำแร่ดีบุกอย่างขนานใหญ่ทางภาคใต้ของไทย
แม้โดยภาพรวมกิจการเหมืองแร่อยู่ภายใต้อิทธิพลอาณานิคมอังกฤษ ซึ่งครอบคลุมทั้งภูมิภาค แต่ผลประโยชน์บางส่วน ก็ตกกับคนท้องถิ่นบ้างเช่นกัน
ว่าไปแล้วบริเวณแหล่งแร่ดีบุกภาคใต้ มีพื้นที่กว้างขวาง ในแต่ละที่ได้ผลิตนักบุกเบิก และสร้างตำนานของปัจเจกที่สนใจไว้หลายคน นอกจากเจียกีซี แล้วยังมีบุคคลที่น่าสนใจอื่นๆ อีก โดยเฉพาะ พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี หรือคอซิมบี้ ต้นตระกูล ณ ระนอง แห่งเมืองตรัง ผู้มีอิทธิพลครอบคลุมสงขลา ปัตตานี และยะลา
ด้วยมีประสบการณ์มองเห็นวิวัฒนาการรถไฟอันน่าทึ่ง เจียกีซีได้กว้านซื้อบริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ ซึ่งเป็นชุมทางสำคัญของภาคใต้ ต่อมากลายแนวทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคคลาสสิคมากๆ
เจียกีซี ไม่เพียงเป็นตำนานของการสร้างเมืองหาดใหญ่เมื่อศตวรรษก่อนเท่านั้น พร้อมๆ กับการสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเอง เขายังมีบทบาทในฐานะผู้มีอำนาจทางการเมืองการปกครองระดับภาค ด้วยสามารถเชื่อมต่อกับอำนาจส่วนกลางได้ด้วย
สร้างอุตสาหกรรมขึ้นครั้งแรก
พัฒนาการของระบบรถไฟไทย มีความสำคัญและสัมพันธ์กับการเกิดขึ้นและพัฒนาการสำคัญบริษัทปูนซิเมนต์ไทยในฐานะอุตสาหกรรมแห่งแรกของไทย
แต่เดิมโครงการสร้างโรงงานซีเมนต์แห่งแรกของไทย ด้วยยุทธศาสตร์ว่าด้วยทำเลต้องเชื่อมโยงทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและทางรถไฟ แต่เนื่องด้วยต้องลงทุนสร้างรถไฟจากสถานีบางซื่อ เข้าถึงที่ดินริมน้ำเจ้าพระยามีระยะทางมากกว่า 2 กิโลเมตร แผนการจึงเปลี่ยนแปลงไป เลือกบริเวณที่ตั้งโรงงานใหม่ ติดริมทางรถไฟ ใกล้สถานีชุมทางบางซื่อแทน แต่ก็ต้องมีทางรถไฟเบี่ยงเข้าบริเวณโรงงานเพื่อขนส่งวัตถุดิบได้ง่ายด้วย
หน่วยงานรถไฟไทย มีความสัมพันธ์กับปูนซิเมนต์ไทยในฐานคู่ค้าสำคัญมาตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบัน
---บทบาทสำคัญในช่วงแรก การเชื่อมโยงระหว่างโรงงานที่บางซื่อกับแหล่งวัตถุดิบสำคัญในประเทศ ซึ่งถือเป็นเพียงชนิดเดียวในช่วงนั้น นอกเหนือจากนั้นต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้น
แหล่งดินขาว (Marl) ซึ่งในช่วงแรก (2456-2472) อยู่ที่ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ โดยขนส่งด้วยรถไฟสายเหนือจากสถานีช่องแคถึงบางซื่อเป็นระยะทาง 180 กิโลเมตร จากการศึกษาเอกสารประวัติศาสตร์หลายครั้งผมอาจสรุปได้ว่าในประวัติศาสตร์ช่วงต้น "ต้นทุนค่าขนส่งโดยรถไฟเป็นปัจจัยพิจารณาการตัดสินเชิงบริหารครั้งสำคัญๆ หลายครั้ง"
จากนั้นอีกประมาณ 6 ปี มีการค้นพบแหล่งวัตถุดิบใหม่ที่ใหญ่มาก อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ไม่เพียงอยู่ใกล้เส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น ยังย่นระยะทางลงอีก เหลือประมาณ 100 กิโลเมตร
ขณะเดียวกันในเวลานั้นมีบทสรุปสถานการณ์ทางธุรกิจที่ดี การคมนาคมโดยทางรถไฟ (และมีทางรถยนต์เพิ่มขึ้นบ้าง) ทำให้การตลาดซีเมนต์เติบโตขึ้นมาก จึงนำมาประกอบเป็นแผนการใหญ่ ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ท่าหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเวลาต่อมา
พร้อมๆ กับการสร้างรถไฟของตนเอง เป็นระยะทางถึง 8 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโรงงานท่าหลวงกับสถานีรถไฟบ้านหมอ
การสร้างตลาดระดับภูมิภาค
การสร้างทางรถไฟสายใต้ที่กล่าวถึงตอนต้น สามารถเชื่อมเส้นทางเข้าสู่มาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งในขณะนั้นเรียกว่าสหพันธรัฐมลายา (Federated Malay Stated, F.M.S) และ Straits Settlement (หมายถึงเกาะปีนัง-มะละกา-สิงคโปร์)
บริษัทปูนซิเมนต์ไทยเริ่มส่งออกซีเมนต์ไปต่างประเทศครั้งแรกในช่วงนั้นด้วย ตามหลักฐานยืนยันว่ามีการส่งออกไปจำนวนไม่มาก ในช่วงระหว่างปี 2461-2464 เป็นช่วงที่ปูนซีเมนต์จากยุโรปเข้ามาด้วยความยากลำบาก ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะเดียวกันเป็นช่วงตลาดในเมืองไทยยังไม่ขยายตัว
ปูนซิเมนต์ไทย ได้ตั้งตัวแทนขายครอบคลุมตลาด ทั้งในปีนัง เปรัก และตอนเหนือของเกาะสุมาตรา โดยใช้เส้นทางรถไฟจากภาคใต้ของไทยเข้าไปสู่ดินแดนของอาณานิคมของอังกฤษ
เป็นการดำเนินธุรกิจที่เป็นไปได้มากกว่าการขนส่งทางเรือ ซึ่งจะต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา
รถไฟความเร็วสูง
ความคาดหวังกับโครงการรถไฟความเร็วสูงในยุคปัจจุบันย่อมสูงมากว่าในอดีต
ทางเทคนิค
รถไฟความเร็วสูงที่กำลังกล่าวถึง คาดกันว่ามีความเร็วประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือมากกว่าความเร็วของรถไฟไทยปัจจุบันมากกว่าสามเท่า เป็นเทคโนโลยีใหม่ สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจ ที่ต้องการเวลาอันรวดเร็วและเร่งรีบ การบริหารจัดการกับเวลาที่ดี มีคุณค่าทางเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันอย่างมาก
ระบบรถไฟความเร็วสูง มีระบบและเทคโนโลยีการจัดการใหม่ โดยเฉพาะการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลาย อย่างยืดหยุ่นกับตารางเวลา
รถไฟความเร็วสูงจะใช้พลังงานไฟฟ้า แทนที่พลังงานเชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิล อย่างน้ำมันดีเซล (ระบบรถไฟที่ทันสมัยที่สุดของไทยเวลานี้) ในภาวะราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งปรากฏการณ์ราคาผันผวนอย่างสูงด้วย
การบริหารจัดการด้วยต้นทุนที่ต่ำ และมีเสถียรภาพย่อมเป็นปัจจัยสนับสนุนระบบทางยุทธศาสตร์ ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นระบบคมนาคมที่สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ทั้งมลภาวะและเสียง) มากกว่าระบบเดิม
ระบบโลจิสติกส์
ระบบรถไฟความเร็งสูง นอกจากจะมีความสำคัญด้วยตัวเองแล้ว ยังถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุดของระบบโลจิสติกส์ใหม่ ระบบที่เกิดจากวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของประเทศ เป็นพลังขับเคลื่อนและผนึกรวมกับระบบโลจิสติกส์เดิม รวมทั้งของภาคเอกชน
กลายเป็นระบบพื้นฐานของสังคม ให้ความสำคัญในการออกแบบ อย่างสร้างสรรค์และเป็นจริง ในฐานะกลไกสำคัญ สนับสนุนสังคมไทยในความหมายกว้างที่สุดเท่าที่จินตนาการได้ เปิดโอกาสให้สมาชิกในสังคมอย่างเท่าเทียม ในการใช้ประโยชน์ สนับสนุนการสร้างสรรค์ใหม่ รวมทั้ง เข้าเป็นห่วงโซ่ต่างๆ ของระบบโลจิสติกส์ใหม่
ระบบโลจิสติกส์ใหม่ในฐานะพลังขับเคลื่อนของระบบเศรษฐกิจไทย สามารถผนึกเข้ากับระบบเศรษฐกิจ (ประเทศ) อื่นๆ ของภูมิภาค ทั้งในฐานะสมาชิกในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และในฐานะศูนย์กลาง (Hub) ของภูมิภาค ที่มี "คุณค่า" จับต้องได้
แนวความคิดกว้างๆ ว่าด้วยรถไฟความเร็วสูงที่กล่าวถึงตอนท้ายๆ จำเป็นต้องขยายความอีกมาก ผมพยายามจะเข้าถึงข้อมูลและความคาดหวังของผู้เกี่ยวข้อง (Stakeholders) มานำเสนอเป็นเรื่องราวต่อไป อีกหลายตอน โปรดคอยติดตาม
.
2555-08-14
สร้างคลื่นโฆษณาด้วยก้อนหิน โดย จอห์น วิญญู
.
สร้างคลื่นโฆษณาด้วยก้อนหิน
โดย จอห์น วิญญู spokedark.tv www.facebook.com/spokedarktv
ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1669 หน้า 79
ตอนแรกผมตั้งชื่อเรื่องว่า "การโฆษณาด้วยผู้มีอิทธิพล" แต่ชื่อเรื่องมันดูมาเฟี้ยมาเฟีย อิอิ
แถมแค่นั้นนั่นมันก็แค่ชื่อย่อด้วยนะ เพราะที่ตั้งใจไว้ตอนแรกยาวกว่านั้นอีก คือ "การโฆษณาด้วยผู้มีอิทธิพลทางความคิด"
แต่ยัง ?
ชื่อเรื่องก็ยังไม่เคลียร์สาใจ
จริงๆ แล้วชื่อเต็มๆ คือ "การโฆษณาด้วยผู้มีอิทธิพลทางความคิดในโลกอินเตอร์เน็ต"
สุดท้ายแล้วเปลี่ยนดีกว่า เช้ยเชย
คือเรื่องของเรื่องคือช่วงนี้เนี่ยเทรนด์การโฆษณาด้วยสื่อสังคม (Social Media) ในอินเตอร์เน็ตค่อนข้างแพร่หลายครับ ที่เห็นกันมากก็ใน Twitter, Facebook, Instagram พวกที่แบ่งปัน (Share) ข้อมูลตัวหนังสือ, ภาพ, เสียง ต่อๆ ไปยังเพื่อนๆ ได้นั่นแหละครับ
การโฆษณาด้วยสื่อสังคมในอินเตอร์เน็ตมีหลายรูปแบบครับ แต่หัวใจของมันคือการทำยังไงให้เนื้อหาโฆษณานั้นๆ ถูก Share ต่อไปได้กว้างไกลมากที่สุด เหมือนโยนก้อนหินลงไปในน้ำให้คลื่นแพร่กระจายออกไปเป็นวงๆ ได้ไกลๆ นั่นแหละครับ
สมัยนี้ใครๆ ก็เป็นเจ้าของสื่อเองได้ในโลกอินเตอร์เน็ตครับ เพราะเจ้าของผลิตภัณฑ์ผู้ลงโฆษณาเดี๋ยวนี้เขาก็มักจะมองกันที่จำนวนแฟนคลับหรือผู้ติดตามอย่างเป็นรูปธรรมของบุคคลที่เขาจะใช้เป็นสื่อโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ติดตามอย่างเป็นรูปธรรมในที่นี้ผมหมายถึงจำนวน Follower ครับ ถ้าเปรียบเทียบกับสมัยก่อนก็เหมือนผู้ที่บอกรับนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์นั่นแหละครับ
เปรียบกันแล้วในกรณีของสื่อสังคมออนไลน์ Follower ก็จะได้รับข่าวสารโดยตรงจาก บุคคล/ดารา/ศิลปิน/องค์กร ที่เขาติดตามอยู่นั่นเองครับ
ประเด็นวันนี้คืออะไรกันแน่วะ
แป๊บนะ ?
อ๋อ !!!
คือผมอ่ะจะบอกว่าทุกวันนี้ผู้ลงโฆษณานิยมใช้บุคคลที่ใช้เว็บสื่อสังคมออนไลน์แล้วมี Follower เยอะๆ นี่แหละเป็นตัวจุดกระแสในการโฆษณาเรื่องต่างๆ ที่ผู้ลงโฆษณาเค้าคิดกันขึ้นมา เป็นตัวเปิดให้เรื่องที่ผู้ลงโฆษณาเค้าอยากจะสื่อสารมีคนพูดต่อๆ กันไปเยอะๆ เป็นวงกว้างออกไป
ทำให้คนที่มี Follower เยอะๆ ในสื่อสังคมออนไลน์สามารถทำตัวเป็นสื่อโฆษณาและสร้างรายได้จากการที่มีคนติดตามเยอะๆ ได้ เพราะยิ่ง Follower เยอะ คนคนนั้นก็เป็นเหมือนก้อนหินที่ใหญ่และมีน้ำหนักมาก เมื่อเขวี้ยงลงไปในน้ำก็เกิดคลื่นและแรงกระเพื่อมไปได้ไกล
ผู้ลงโฆษณาที่มีตังค์มาก ก็สามารถซื้อหินก้อนใหญ่ๆ หนักๆ มาทุ่มลงไปในน้ำได้มาก ส่งผลให้โฆษณาของเขาแพร่กระจายเป็นวงกว้างและไกล
แต่ก็แล้วแต่กลยุทธครับ ผู้ลงโฆษณาบางรายเลือกซื้อก้อนหินก้อนเล็กๆ ที่เป็นสื่อเฉพาะกลุ่ม แต่สื่อเฉพาะกลุ่มหลายๆ ก้อน เขวี้ยงลงไปในน้ำพร้อมๆ กัน เน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ก็อาจทำให้เกิดวงคลื่นแพร่กระจายออกไปได้เช่นกัน
แต่ปัจจัยการเกิดคลื่นแห่งการบอกต่อที่เรียกว่าการ Share นี้ ไม่ใช่อยู่ที่ก้อนหินเล็กหรือใหญ่เสมอไป เนื้อหาของสารที่ใช้ในการโฆษณาก็มีส่วนสำคัญ
ถ้าเนื้อหาของโฆษณาโดนใจคนหมู่มากผู้ลงโฆษณาอาจใช้เงินเพียงน้อยนิดในการซื้อก้อนหินก้อนเล็กๆ เป็นตัวเปิดลูกคลื่น
ถ้าเนื้อหาโดนใจ อาจจะมีก้อนหินก้อนอื่นๆ ที่ไม่ได้รับเงินจากผู้ลงโฆษณาแต่ชอบในเนื้อหาของโฆษณา ช่วยกันพุ่งตัวลงไปกระแทกคลื่นสร้างกระแสให้โดยไม่คิดเงินก็เป็นได้
สําหรับ Follower ผู้รับสารโฆษณาสมัยนี้เขาก็รู้แหละครับว่าอันไหนโฆษณาแฝง อันไหนโฆษณาตรงๆ คนลงโฆษณาต้องสรรหาวิธีลงโฆษณาที่ไม่ดูถูกสติปัญญา Follower หรือเรียกง่ายๆ ว่าอย่าหลอกเขา ให้ซื่อสัตย์กับเขา เพราะผู้บริโภคข่าวสารในอินเตอร์เน็ตเขามีอำนาจอยู่ในมือนั่นคือในเม้าส์
เจ้าของสื่อในเน็ตผู้ครอบครองสื่อของตัวเองที่มี Follower ติดตามตนเองต้องอย่าลืมว่า ที่คนมาชอบมาติดตามก็เพราะผลงานที่เราเคยสร้างไว้ในอดีตและผลงานที่เรากำลังทำอยู่ในปัจจุบัน
การหวังกอบโกยรายได้จากการโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่สนใจ Follower ของตัวเอง ทำตัวเป็นก้อนหินพุ่งลงน้ำตามเงินสั่งโดยไม่ยั้งคิด
ก่อให้เกิดคลื่นรบกวนไปยังเหล่า Follower มากเกินไป พวกเขาก็จะเลิกติดตามในที่สุด
ถึงวันนั้น ก้อนหินก้อนใหญ่ๆ ที่ข้างในกลวงโบ๋
พอเขวี้ยงลงน้ำแล้วก็ไม่อาจสร้างแรงกระเพื่อมอะไรได้อีก
เพราะไม่มีน้ำหนัก
อีกต่อไป ?
.
สร้างคลื่นโฆษณาด้วยก้อนหิน
โดย จอห์น วิญญู spokedark.tv www.facebook.com/spokedarktv
ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1669 หน้า 79
ตอนแรกผมตั้งชื่อเรื่องว่า "การโฆษณาด้วยผู้มีอิทธิพล" แต่ชื่อเรื่องมันดูมาเฟี้ยมาเฟีย อิอิ
แถมแค่นั้นนั่นมันก็แค่ชื่อย่อด้วยนะ เพราะที่ตั้งใจไว้ตอนแรกยาวกว่านั้นอีก คือ "การโฆษณาด้วยผู้มีอิทธิพลทางความคิด"
แต่ยัง ?
ชื่อเรื่องก็ยังไม่เคลียร์สาใจ
จริงๆ แล้วชื่อเต็มๆ คือ "การโฆษณาด้วยผู้มีอิทธิพลทางความคิดในโลกอินเตอร์เน็ต"
สุดท้ายแล้วเปลี่ยนดีกว่า เช้ยเชย
คือเรื่องของเรื่องคือช่วงนี้เนี่ยเทรนด์การโฆษณาด้วยสื่อสังคม (Social Media) ในอินเตอร์เน็ตค่อนข้างแพร่หลายครับ ที่เห็นกันมากก็ใน Twitter, Facebook, Instagram พวกที่แบ่งปัน (Share) ข้อมูลตัวหนังสือ, ภาพ, เสียง ต่อๆ ไปยังเพื่อนๆ ได้นั่นแหละครับ
การโฆษณาด้วยสื่อสังคมในอินเตอร์เน็ตมีหลายรูปแบบครับ แต่หัวใจของมันคือการทำยังไงให้เนื้อหาโฆษณานั้นๆ ถูก Share ต่อไปได้กว้างไกลมากที่สุด เหมือนโยนก้อนหินลงไปในน้ำให้คลื่นแพร่กระจายออกไปเป็นวงๆ ได้ไกลๆ นั่นแหละครับ
สมัยนี้ใครๆ ก็เป็นเจ้าของสื่อเองได้ในโลกอินเตอร์เน็ตครับ เพราะเจ้าของผลิตภัณฑ์ผู้ลงโฆษณาเดี๋ยวนี้เขาก็มักจะมองกันที่จำนวนแฟนคลับหรือผู้ติดตามอย่างเป็นรูปธรรมของบุคคลที่เขาจะใช้เป็นสื่อโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ติดตามอย่างเป็นรูปธรรมในที่นี้ผมหมายถึงจำนวน Follower ครับ ถ้าเปรียบเทียบกับสมัยก่อนก็เหมือนผู้ที่บอกรับนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์นั่นแหละครับ
เปรียบกันแล้วในกรณีของสื่อสังคมออนไลน์ Follower ก็จะได้รับข่าวสารโดยตรงจาก บุคคล/ดารา/ศิลปิน/องค์กร ที่เขาติดตามอยู่นั่นเองครับ
ประเด็นวันนี้คืออะไรกันแน่วะ
แป๊บนะ ?
อ๋อ !!!
คือผมอ่ะจะบอกว่าทุกวันนี้ผู้ลงโฆษณานิยมใช้บุคคลที่ใช้เว็บสื่อสังคมออนไลน์แล้วมี Follower เยอะๆ นี่แหละเป็นตัวจุดกระแสในการโฆษณาเรื่องต่างๆ ที่ผู้ลงโฆษณาเค้าคิดกันขึ้นมา เป็นตัวเปิดให้เรื่องที่ผู้ลงโฆษณาเค้าอยากจะสื่อสารมีคนพูดต่อๆ กันไปเยอะๆ เป็นวงกว้างออกไป
ทำให้คนที่มี Follower เยอะๆ ในสื่อสังคมออนไลน์สามารถทำตัวเป็นสื่อโฆษณาและสร้างรายได้จากการที่มีคนติดตามเยอะๆ ได้ เพราะยิ่ง Follower เยอะ คนคนนั้นก็เป็นเหมือนก้อนหินที่ใหญ่และมีน้ำหนักมาก เมื่อเขวี้ยงลงไปในน้ำก็เกิดคลื่นและแรงกระเพื่อมไปได้ไกล
ผู้ลงโฆษณาที่มีตังค์มาก ก็สามารถซื้อหินก้อนใหญ่ๆ หนักๆ มาทุ่มลงไปในน้ำได้มาก ส่งผลให้โฆษณาของเขาแพร่กระจายเป็นวงกว้างและไกล
แต่ก็แล้วแต่กลยุทธครับ ผู้ลงโฆษณาบางรายเลือกซื้อก้อนหินก้อนเล็กๆ ที่เป็นสื่อเฉพาะกลุ่ม แต่สื่อเฉพาะกลุ่มหลายๆ ก้อน เขวี้ยงลงไปในน้ำพร้อมๆ กัน เน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ก็อาจทำให้เกิดวงคลื่นแพร่กระจายออกไปได้เช่นกัน
แต่ปัจจัยการเกิดคลื่นแห่งการบอกต่อที่เรียกว่าการ Share นี้ ไม่ใช่อยู่ที่ก้อนหินเล็กหรือใหญ่เสมอไป เนื้อหาของสารที่ใช้ในการโฆษณาก็มีส่วนสำคัญ
ถ้าเนื้อหาของโฆษณาโดนใจคนหมู่มากผู้ลงโฆษณาอาจใช้เงินเพียงน้อยนิดในการซื้อก้อนหินก้อนเล็กๆ เป็นตัวเปิดลูกคลื่น
ถ้าเนื้อหาโดนใจ อาจจะมีก้อนหินก้อนอื่นๆ ที่ไม่ได้รับเงินจากผู้ลงโฆษณาแต่ชอบในเนื้อหาของโฆษณา ช่วยกันพุ่งตัวลงไปกระแทกคลื่นสร้างกระแสให้โดยไม่คิดเงินก็เป็นได้
สําหรับ Follower ผู้รับสารโฆษณาสมัยนี้เขาก็รู้แหละครับว่าอันไหนโฆษณาแฝง อันไหนโฆษณาตรงๆ คนลงโฆษณาต้องสรรหาวิธีลงโฆษณาที่ไม่ดูถูกสติปัญญา Follower หรือเรียกง่ายๆ ว่าอย่าหลอกเขา ให้ซื่อสัตย์กับเขา เพราะผู้บริโภคข่าวสารในอินเตอร์เน็ตเขามีอำนาจอยู่ในมือนั่นคือในเม้าส์
เจ้าของสื่อในเน็ตผู้ครอบครองสื่อของตัวเองที่มี Follower ติดตามตนเองต้องอย่าลืมว่า ที่คนมาชอบมาติดตามก็เพราะผลงานที่เราเคยสร้างไว้ในอดีตและผลงานที่เรากำลังทำอยู่ในปัจจุบัน
การหวังกอบโกยรายได้จากการโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่สนใจ Follower ของตัวเอง ทำตัวเป็นก้อนหินพุ่งลงน้ำตามเงินสั่งโดยไม่ยั้งคิด
ก่อให้เกิดคลื่นรบกวนไปยังเหล่า Follower มากเกินไป พวกเขาก็จะเลิกติดตามในที่สุด
ถึงวันนั้น ก้อนหินก้อนใหญ่ๆ ที่ข้างในกลวงโบ๋
พอเขวี้ยงลงน้ำแล้วก็ไม่อาจสร้างแรงกระเพื่อมอะไรได้อีก
เพราะไม่มีน้ำหนัก
อีกต่อไป ?
.
2555-08-08
Amelia โดย พรพิมล ลิ่มเจริญ
.
Amelia
โดย พรพิมล ลิ่มเจริญ คอลัมน์ “ใส่บ่าแบกหาม”
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1668 หน้า 73
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วกูเกิ้ลดูเดิ้ลทำเป็นรูปผู้หญิงยืนคู่เครื่องบินขนาดเล็ก นั่นแหละ อมีเลีย แอร์ฮาร์ต ครบรอบวันคล้ายวันเกิด ปีที่ 115 ของเธอ หากเธอยังมีชีวิตอยู่
อมีเลียเกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ.1897 เป็นผู้หญิงคนแรกที่บินด้วยเครื่องบินเล็กแบบเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก นั่นก็คือ บินจากนิวฟาวด์แลนด์ ประเทศแคนาดา ไปเมืองคัลมอร์ ประเทศไอร์แลนด์เหนือ
แล้วเมื่อ 2 กรกฎาคม ค.ศ.1937 ก็หายตัวไปขณะพยายามบินรอบโลก
Amelia เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของ อมีเลีย แอร์ฮาร์ต กำกับการแสดงโดย มิร่า แนร์ ผู้กำกับหญิงที่ฉันชอบหนังของเขาเรื่อง Monsoon Wedding
ฮิลลารี่ สแวงก์ แสดงเป็น อมีเลีย แอร์ฮาร์ต
When I saw that little plane,
it lifted me above the Kansas prairie?
My daddy had the wanderlust.
That"s why I like to keep moving.
ตอนที่เห็นเครื่องบินตั้งแต่ยังเล็ก
ภาพนั้นพาฉันลอยขึ้นเหนือทุ่งในรัฐแคนซัส
พ่อมีความกระหายใคร่อยากเจอโลก
ฉันเลยไม่ชอบหยุดอยู่กับที่เหมือนพ่อ
wanderlust เป็นคำอังกฤษขอยืมมาจากภาษาเยอรมนี เยอรมนีต้นฉบับแปลว่า "to enjoy hiking" หรือสนุกกับการเดินป่าเดินเขาลำเนาไพร
พอขอยืมมา คำแปลหรูหราขึ้น แปลว่า ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเดินทางท่องโลกและค้นพบโลกกว้าง
ริชาร์ด เกียร์ แสดงเป็น จอร์จ พัตนั่ม เจ้าของสำนักพิมพ์ผู้มาจ้างอมีเลียให้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ในฐานะผู้โดยสาร ไม่ใช่นักบิน ก็เป็นผู้หญิงนี่นะ ไม่ได้สำคัญอะไรในสังคม และสมัยนั้นเขามี ชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก วีรบุรุษนักบินที่บินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยไม่หยุดพักมาแล้ว
ก่อนออกเดินทาง อมีเลียก็บอกให้คุณจอร์จสวดมนต์ให้เธอด้วย ช่วยกันขอให้เธอรอดปลอดภัยกลับมา คุณจอร์จว่า ไม่ใช่คนนิยมสวดมนต์
Then at least tip your hat
and cross your fingers.
งั้นก็จงชื่นชมฉัน
และขอให้ฉันโชคดีเสียสิ
tip your hat ฝรั่งเอานิ้วแตะหมวก (แต่ไม่ใช่แบบตะเบ๊ะนะ) เป็นสัญลักษณ์แห่งการแสดงความเคารพก็ได้ หรือแสดงความชื่นชมก็ได้
cross your fingers ก็เอานิ้วกลางไขว้ทับนิ้วชี้ที่อยู่มือข้างเดียวกันนะ ในที่นี้เป็นสัญลักษณ์ให้โชคดี
แต่บางทีใช้เวลาอุ๊บอิ๊บ
ใจจริงคุณอมีเลียแกก็ขับเครื่องบินเป็น อยากบินเอง แต่ก็อย่างที่ว่า เป็นผู้หญิง โอกาสมันน้อย แต่ถ้านับเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ผู้หญิงบินข้ามมหาสมุทรมันเป็นข่าวใหญ่ เก็บเรื่องว่าบินไปในฐานะผู้โดยสารไว้ในวงเล็บเล็กจิ๋ว
The pilot will sign a contract
saying he"s under your direction and control.
นักบินเซ็นสัญญาว่าบินโดยการนำทางและควบคุมของคุณ
ซึ่งอันนี้ไม่โกหก คุณอมีเลียไม่ใช่ผู้หญิงกระจอก เธอนำทางได้จริง
ในหนังเขาก็จะให้เราได้ยินเสียงของคุณอมีเลียอ่านเรื่องที่เธอเขียนหลังการเดินทาง
เธอก็บรรยายภาพที่พอเครื่องบินขึ้นไปสูงแล้ว มองลงมาเห็นหมอกจางปกคลุมอ่าวและเมืองที่อยู่เบื้องล่าง "The fog comes on little cat feet. It sits, looking over harbor and city, on silent haunches and then moves on."
The fog comes on little cat feet. เปรียบเปรยว่าหมอกค่อยๆ ลอยมาเบาแบบลูกแมวย่อง
The motors are humming sweetly.
And I feel at home.
เสียงเครื่องยนต์ดังแว่วหวาน
รู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านเสียที
ก็แกชอบแกรักของแก เสียงเครื่องบินดังหนวกหูสำหรับฉัน กลับเป็นเสียงหวานแหววสำหรับคุณอมีเลีย
คงคล้ายๆ เวลาเราได้ยินเสียงรถไฟ ถ้าฉันอยู่ที่ถนนรอให้มันรีบๆ ผ่านจะได้ข้ามถนน มันก็ดังป๊านๆ โครมๆ ฟังปวดหูปวดหัว
แต่ถ้าได้นั่งอยู่บนรถไฟ ก็หมายถึงว่ากำลังจะได้ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ ก็ได้ยินเป็น ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ฉึกฉัก ปู๊นๆ น่ารักจะตาย
พอกลับมาจากการบินครั้งนั้น คุณอมีเลียก็กลายเป็นคนมีชื่อเสียง เดินสายโชว์ตัว ประกาศให้โลกรู้ถึงความสามารถของผู้หญิง
If I listened to everyone
who said it was impossible,
I"d never be flying.
ถ้าฉันฟังทุกคนที่
บอกว่าเป็นไปไม่ได้
ฉันก็คงไม่เคยได้บินกับเขาหรอก
ดูหนังเรื่องนี้ก็จะมีใจฮึกเหิมขึ้นนะ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ชนะความพยายามไปได้
ไม่ช้าไม่นานคุณจอร์จก็ขอคุณอมีเลียแต่งงาน แต่ไม่อยากแต่งนี่นะ
I"m not the marrying kind?.
I want to be free, George.
To be a vagabond of the air.
ฉันไม่ใช่คนที่อยากมีชีวิตคู่
ฉันอยากเป็นอิสระ
อยากเป็นนักเดินทางทางอากาศ
แต่ที่สุดก็แต่ง คุณจอร์จแกก็รักและเข้าใจ สัญญาว่าจะช่วยทำให้ที่ฝันเป็นจริง
ชอบตอนพิธีสมรส หลวงพ่อบอกให้พูดตาม Amelia, do you promise to love, honor and obey this man... อมีเลีย ลูกสัญญาไหมว่าจะรัก ให้เกียรติ และเชื่อฟังชายผู้นี้...
หลวงพ่อยังพูดไม่จบประโยค อมีเลียก็ขัดขึ้น ให้หลวงพ่อตัดคำว่า "เชื่อฟัง" ออกจากประโยค เพราะไม่มีวันเป็นไปได้ เจ้าบ่าวก็ตามใจ ร่วมขอให้หลวงพ่อรีบรวบรัดพิธี เดี๋ยวเจ้าสาวต้องรีบรี่ไปแข่งขับเครื่องบิน
คุณอมีเลียขับเครื่องบินเก่ง ชนะได้ถ้วยมาหลายต่อหลายใบ และสื่อมวลชนก็ขนานนามว่าเป็น Lady Lindy หรือเป็น ชาร์ส์ ลินด์เบิร์ก ฝ่ายหญิงทีเดียว
ยิ่งพอบินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้ ก็ยิ่งโด่งดัง พอยิ่งโด่งดังก็ต้องยิ่งออกงาน ออกโชว์ตัวบ่อยขึ้นๆ ก็ขับเครื่องบินนี่นะ เป็นกิจกรรมที่ต้นมันทุนมันสูง ยิ่งอยากบินรอบโลกก็ยิ่งต้องใช้เงิน
คุณอมีเลียเป็นพรีเซ็นเตอร์ตั้งแต่โฆษณากระเป๋าเดินทาง โฆษณาเสื้อผ้าให้ห้างเมซี่ โฆษณาแม้เครื่องทำวาฟเฟิ่ล ไปจนโฆษณาบุหรี่ทั้งๆ ที่คุณอมีเลียพูดเองว่าเป็นคนไม่สูบบุหรี่ แต่ก็ต้องยอมให้โฆษณาเอาตนเองไปเคลมดื้อๆ ตามใจชอบในที่สุด
The only way that we can finance your flying
is to make enough money to finance your flying.
หนทางเดียวที่จะหาทุนให้คุณบินได้
คือหาทุนมาให้พอให้คุณได้บิน
สามีให้กำลังใจ ออกแนวนักธุรกิจ แต่มันคือความจริง
แล้วมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน มันเป็นเรื่องของความอุตส่าห์พยายาม เป็นคนจริงๆ มีชีวิตอยู่จริงให้เห็น เป็นตัวอย่างที่ดี กี่สิบร้อยปีผ่านไปคนก็ยังจำได้และเรียนรู้จากชีวิตเธอ
คุณอมีเลียว่าไว้ "The most difficult thing is the decision to act, the rest is merely tenacity."
สิ่งที่ยากที่สุดคือการตัดสินใจทำ ที่เหลือก็แค่ยืนหยัดอยู่กับมัน
ฉันเอง
.
Amelia
โดย พรพิมล ลิ่มเจริญ คอลัมน์ “ใส่บ่าแบกหาม”
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1668 หน้า 73
เธอจ๊ะ
Amelia Earhart อ่านว่า อมี-เลีย แอร์-ฮาร์ต เมื่ออาทิตย์ที่แล้วกูเกิ้ลดูเดิ้ลทำเป็นรูปผู้หญิงยืนคู่เครื่องบินขนาดเล็ก นั่นแหละ อมีเลีย แอร์ฮาร์ต ครบรอบวันคล้ายวันเกิด ปีที่ 115 ของเธอ หากเธอยังมีชีวิตอยู่
อมีเลียเกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ.1897 เป็นผู้หญิงคนแรกที่บินด้วยเครื่องบินเล็กแบบเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก นั่นก็คือ บินจากนิวฟาวด์แลนด์ ประเทศแคนาดา ไปเมืองคัลมอร์ ประเทศไอร์แลนด์เหนือ
แล้วเมื่อ 2 กรกฎาคม ค.ศ.1937 ก็หายตัวไปขณะพยายามบินรอบโลก
Amelia เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของ อมีเลีย แอร์ฮาร์ต กำกับการแสดงโดย มิร่า แนร์ ผู้กำกับหญิงที่ฉันชอบหนังของเขาเรื่อง Monsoon Wedding
ฮิลลารี่ สแวงก์ แสดงเป็น อมีเลีย แอร์ฮาร์ต
When I saw that little plane,
it lifted me above the Kansas prairie?
My daddy had the wanderlust.
That"s why I like to keep moving.
ตอนที่เห็นเครื่องบินตั้งแต่ยังเล็ก
ภาพนั้นพาฉันลอยขึ้นเหนือทุ่งในรัฐแคนซัส
พ่อมีความกระหายใคร่อยากเจอโลก
ฉันเลยไม่ชอบหยุดอยู่กับที่เหมือนพ่อ
wanderlust เป็นคำอังกฤษขอยืมมาจากภาษาเยอรมนี เยอรมนีต้นฉบับแปลว่า "to enjoy hiking" หรือสนุกกับการเดินป่าเดินเขาลำเนาไพร
พอขอยืมมา คำแปลหรูหราขึ้น แปลว่า ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเดินทางท่องโลกและค้นพบโลกกว้าง
ริชาร์ด เกียร์ แสดงเป็น จอร์จ พัตนั่ม เจ้าของสำนักพิมพ์ผู้มาจ้างอมีเลียให้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ในฐานะผู้โดยสาร ไม่ใช่นักบิน ก็เป็นผู้หญิงนี่นะ ไม่ได้สำคัญอะไรในสังคม และสมัยนั้นเขามี ชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก วีรบุรุษนักบินที่บินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยไม่หยุดพักมาแล้ว
ก่อนออกเดินทาง อมีเลียก็บอกให้คุณจอร์จสวดมนต์ให้เธอด้วย ช่วยกันขอให้เธอรอดปลอดภัยกลับมา คุณจอร์จว่า ไม่ใช่คนนิยมสวดมนต์
Then at least tip your hat
and cross your fingers.
งั้นก็จงชื่นชมฉัน
และขอให้ฉันโชคดีเสียสิ
tip your hat ฝรั่งเอานิ้วแตะหมวก (แต่ไม่ใช่แบบตะเบ๊ะนะ) เป็นสัญลักษณ์แห่งการแสดงความเคารพก็ได้ หรือแสดงความชื่นชมก็ได้
cross your fingers ก็เอานิ้วกลางไขว้ทับนิ้วชี้ที่อยู่มือข้างเดียวกันนะ ในที่นี้เป็นสัญลักษณ์ให้โชคดี
แต่บางทีใช้เวลาอุ๊บอิ๊บ
ใจจริงคุณอมีเลียแกก็ขับเครื่องบินเป็น อยากบินเอง แต่ก็อย่างที่ว่า เป็นผู้หญิง โอกาสมันน้อย แต่ถ้านับเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ผู้หญิงบินข้ามมหาสมุทรมันเป็นข่าวใหญ่ เก็บเรื่องว่าบินไปในฐานะผู้โดยสารไว้ในวงเล็บเล็กจิ๋ว
The pilot will sign a contract
saying he"s under your direction and control.
นักบินเซ็นสัญญาว่าบินโดยการนำทางและควบคุมของคุณ
ซึ่งอันนี้ไม่โกหก คุณอมีเลียไม่ใช่ผู้หญิงกระจอก เธอนำทางได้จริง
ในหนังเขาก็จะให้เราได้ยินเสียงของคุณอมีเลียอ่านเรื่องที่เธอเขียนหลังการเดินทาง
เธอก็บรรยายภาพที่พอเครื่องบินขึ้นไปสูงแล้ว มองลงมาเห็นหมอกจางปกคลุมอ่าวและเมืองที่อยู่เบื้องล่าง "The fog comes on little cat feet. It sits, looking over harbor and city, on silent haunches and then moves on."
The fog comes on little cat feet. เปรียบเปรยว่าหมอกค่อยๆ ลอยมาเบาแบบลูกแมวย่อง
The motors are humming sweetly.
And I feel at home.
เสียงเครื่องยนต์ดังแว่วหวาน
รู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านเสียที
ก็แกชอบแกรักของแก เสียงเครื่องบินดังหนวกหูสำหรับฉัน กลับเป็นเสียงหวานแหววสำหรับคุณอมีเลีย
คงคล้ายๆ เวลาเราได้ยินเสียงรถไฟ ถ้าฉันอยู่ที่ถนนรอให้มันรีบๆ ผ่านจะได้ข้ามถนน มันก็ดังป๊านๆ โครมๆ ฟังปวดหูปวดหัว
แต่ถ้าได้นั่งอยู่บนรถไฟ ก็หมายถึงว่ากำลังจะได้ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ ก็ได้ยินเป็น ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ฉึกฉัก ปู๊นๆ น่ารักจะตาย
พอกลับมาจากการบินครั้งนั้น คุณอมีเลียก็กลายเป็นคนมีชื่อเสียง เดินสายโชว์ตัว ประกาศให้โลกรู้ถึงความสามารถของผู้หญิง
If I listened to everyone
who said it was impossible,
I"d never be flying.
ถ้าฉันฟังทุกคนที่
บอกว่าเป็นไปไม่ได้
ฉันก็คงไม่เคยได้บินกับเขาหรอก
ดูหนังเรื่องนี้ก็จะมีใจฮึกเหิมขึ้นนะ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ชนะความพยายามไปได้
ไม่ช้าไม่นานคุณจอร์จก็ขอคุณอมีเลียแต่งงาน แต่ไม่อยากแต่งนี่นะ
I"m not the marrying kind?.
I want to be free, George.
To be a vagabond of the air.
ฉันไม่ใช่คนที่อยากมีชีวิตคู่
ฉันอยากเป็นอิสระ
อยากเป็นนักเดินทางทางอากาศ
แต่ที่สุดก็แต่ง คุณจอร์จแกก็รักและเข้าใจ สัญญาว่าจะช่วยทำให้ที่ฝันเป็นจริง
ชอบตอนพิธีสมรส หลวงพ่อบอกให้พูดตาม Amelia, do you promise to love, honor and obey this man... อมีเลีย ลูกสัญญาไหมว่าจะรัก ให้เกียรติ และเชื่อฟังชายผู้นี้...
หลวงพ่อยังพูดไม่จบประโยค อมีเลียก็ขัดขึ้น ให้หลวงพ่อตัดคำว่า "เชื่อฟัง" ออกจากประโยค เพราะไม่มีวันเป็นไปได้ เจ้าบ่าวก็ตามใจ ร่วมขอให้หลวงพ่อรีบรวบรัดพิธี เดี๋ยวเจ้าสาวต้องรีบรี่ไปแข่งขับเครื่องบิน
คุณอมีเลียขับเครื่องบินเก่ง ชนะได้ถ้วยมาหลายต่อหลายใบ และสื่อมวลชนก็ขนานนามว่าเป็น Lady Lindy หรือเป็น ชาร์ส์ ลินด์เบิร์ก ฝ่ายหญิงทีเดียว
ยิ่งพอบินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้ ก็ยิ่งโด่งดัง พอยิ่งโด่งดังก็ต้องยิ่งออกงาน ออกโชว์ตัวบ่อยขึ้นๆ ก็ขับเครื่องบินนี่นะ เป็นกิจกรรมที่ต้นมันทุนมันสูง ยิ่งอยากบินรอบโลกก็ยิ่งต้องใช้เงิน
คุณอมีเลียเป็นพรีเซ็นเตอร์ตั้งแต่โฆษณากระเป๋าเดินทาง โฆษณาเสื้อผ้าให้ห้างเมซี่ โฆษณาแม้เครื่องทำวาฟเฟิ่ล ไปจนโฆษณาบุหรี่ทั้งๆ ที่คุณอมีเลียพูดเองว่าเป็นคนไม่สูบบุหรี่ แต่ก็ต้องยอมให้โฆษณาเอาตนเองไปเคลมดื้อๆ ตามใจชอบในที่สุด
The only way that we can finance your flying
is to make enough money to finance your flying.
หนทางเดียวที่จะหาทุนให้คุณบินได้
คือหาทุนมาให้พอให้คุณได้บิน
สามีให้กำลังใจ ออกแนวนักธุรกิจ แต่มันคือความจริง
แล้วมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน มันเป็นเรื่องของความอุตส่าห์พยายาม เป็นคนจริงๆ มีชีวิตอยู่จริงให้เห็น เป็นตัวอย่างที่ดี กี่สิบร้อยปีผ่านไปคนก็ยังจำได้และเรียนรู้จากชีวิตเธอ
คุณอมีเลียว่าไว้ "The most difficult thing is the decision to act, the rest is merely tenacity."
สิ่งที่ยากที่สุดคือการตัดสินใจทำ ที่เหลือก็แค่ยืนหยัดอยู่กับมัน
ฉันเอง
.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






