http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย

2555-07-20

ภาวะผู้นำต่างกัน, แก๊งมือเท้าปาก, เงื่อน(ถึง)ตาย?, เขตงานไหน ในคอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

.
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม - รู้ตัวรู้กลุ่ม แต่ยังทำอะไรไม่ได้ โดย จ่าบ้าน
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม - เหตุหนึ่งจาก หนังและละคร โดย จ่าบ้าน


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ภาวะผู้นำต่างกัน
โดย สมิงสามผลัด
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ในข่าวสดออนไลน์  วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น.


การแต่งตั้งผบ.ตร.คนที่ 9 เรียบร้อยโรงเรียนยิ่งลักษณ์ไปแล้ว 
ก.ต.ช.มีมติเอกฉันท์ 10-0 ตั้งพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นผบ.ตร.คนใหม่แทน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้
แม้ว่าในที่ประชุมจะมีการถกเถียงบ้างประเด็นอาวุโส 
เพราะเห็นว่า พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. ซึ่งอาวุโสอันดับ 1 มีผลงานดีมาตลอด

แต่สุดท้ายก็เลือกพล.ต.อ.อดุลย์ เพราะดูแลงานด้านความมั่นคง
มีความรู้ความเข้าใจปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญมีอายุราชการเหลืออีก 2 ปี เหมาะสมต่อการนำตำรวจไทยสู่ประชาคมอาเซียนใน 2 ปีข้างหน้า


วกกลับไปที่ประเด็นมติเอกฉันท์ 10 เสียง เพราะนายกฯ ในฐานะประธานก.ต.ช.ไม่ต้องออกเสียง
แต่กลับมีการสร้างกระแสมั่วซั่วในกลุ่มต่อต้านรัฐบาลว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไม่รู้เรื่องรู้ราว ปล่อยให้ ก.ต.ช.โหวตกันเอง
ทั้งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว ประธานจะไม่โหวต
จะโหวตก็ต่อเมื่อคะแนนเสียงเท่ากัน 5 ต่อ 5

ต้องไม่ลืมว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ตั้งผบ.ตร.มาแล้ว 2 คน
วันที่ 19 ต.ค.54 นั่งเป็นประธานก.ต.ช.
มีมติเอกฉันท์ตั้ง พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ เป็นผบ.ตร.คน ที่ 8
มาคราวนี้ก็แต่งตั้ง พล.ต.อ. อดุลย์ ด้วยมติเอกฉันท์เช่นกัน
แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำของนายกฯ หญิง


มีการบริหารจัดการที่ดี มีการเจรจาประนีประนอม จนเป็นที่ยอมรับของก.ต.ช.ทั้ง 10 คน และผู้ที่เกี่ยวข้อง 
หากจำกันได้ก่อนตั้งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์นั้นมีการย้ายพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.คนเดิมไปนั่งเป็นเลขาฯ สมช. 
ซึ่งเป็นที่ยอมรับและพอใจของทุกฝ่าย


แล้วจำกันได้หรือไม่ว่านายกฯ คนไหนที่เรียกประชุมก.ต.ช.ตั้งหลายครั้งหลายหน
แต่กลับตั้งผบ.ตร.ไม่ได้เสียที 
ปล่อยคาราคาซังเป็นปี
สะท้อนถึงภาวะผู้นำที่แตกต่างกันจริงๆ !?



++

แก๊งมือเท้าปาก
โดย มันฯ มือเสือ 
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ในข่าวสดออนไลน์  วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น.


ทํานายกันไว้ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 จัดตั้งรัฐบาลโดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า
ถึงจะได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่ารัฐบาลจะบริหารงานบ้านเมืองได้ราบรื่น
ที่ทำนายกันไว้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะต้องโดนคุกคามจากแก๊ง"มือ เท้า ปาก"
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือขบวนการเดิมๆ ที่ทำงานต่อเนื่องและแข็งขันมาตั้งแต่ในยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

มือ คือ มือที่มองไม่เห็น
เท้า คือ กลุ่มสหบาทา ที่ประกอบไปด้วยองค์กรอิสระต่างๆ รวมถึงกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่มหลากสี
ปาก คือ พรรคการเมืองที่ดีแต่พูด ดีแต่ด่า

ดังที่เห็นเป็นรูปธรรม 11 เดือนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขบวนการดังกล่าวไม่เคยย่อท้อในการยืนหยัดอยู่ตรงกันข้ามกับประชาชนส่วนใหญ่
ไม่เคยนำผลเมื่อ 3 ก.ค. 2554 มาใคร่ครวญ จริงจังว่า ภายใต้ชัยชนะและความพ่ายแพ้ของพรรคการเมือง 2 ขั้ว
ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ต้องการบอกอะไร

ท่ามกลางความคดเคี้ยวในคำวินิจฉัย "ศุกร์13" ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 
แม้จะสามารถ"ตบตา"คนจำนวนหนึ่งได้ 
แต่หลายคนก็มองทะลุความคลุมเครือ เห็นถึงจุดหมายปลายทางขององค์กรขบวนการมือ เท้า ปาก ว่าต้องการปูทางไว้สำหรับอะไรบางอย่าง

บนเส้นทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ไม่ว่ารัฐบาลจะเลือกวิธีแก้ไขแบบรายมาตรา หรือ ถ้าหากจะแก้ไขทั้งฉบับก็ควรต้องจัดทำประชามติสอบ ถามความเห็นประชาชนเสียก่อน

ทั้ง 2 วิธีล้วนต้องใช้เวลาปฏิบัติอย่างน้อยก็เป็นปี
ตรงนี้เองที่รัฐบาลต้องระวัง 
เพราะถึงผลสำรวจโพลล่าสุดจะพบร้อยละ 61.4 ยังอยากให้โอกาสรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อยู่ทำงานมากกว่า 2 ปี ไปจนถึงครบเทอม

แต่ในเมื่อลงทุนเปลืองเนื้อเปลืองตัวมาขนาดนี้แล้ว
เชื่อว่าแก๊งมือ เท้า ปาก จะไม่ยอมง่ายๆ
ต้องมี"ท่าไม้ตาย"อย่างอื่นตามมาอีกแน่



++

เงื่อน(ถึง)ตาย?
โดย คาดเชือก คาถาพัน
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ในข่าวสดออนไลน์  วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น.


ถ้าจะให้เชื่อกันแบบเชื่องๆ คือไม่ต้องตั้งคำถาม ไม่มีข้อสงสัยอะไรเลย ไม่ว่าจะด้วยความบริสุทธิ์ใจ หรือเพราะมีผลประโยชน์เกี่ยวพันกัน
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็อาจจะถือเป็นข้อยุติ 'ระดับหนึ่ง' สำหรับการเผชิญหน้าทางการเมืองในสังคมไทย

แต่เนื่องจากมนุษย์ไม่ใช่สัตว์โลกที่เชื่ออะไรง่ายๆ
โดยเฉพาะคนไทยที่ผ่านประสบการณ์ทั้งร้ายและดีสารพัด (แต่ส่วนใหญ่ร้ายมากกว่า) ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา
เลยเชื่ออะไรยากขึ้น (ฮา)


ยิ่งเรื่องซับซ้อนซ่อนเงื่อนเอาไว้ทุกย่างก้าวอย่างกระบวนการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยิ่งต้องคิดให้ถึงสามชั้นสี่ชั้นเหมือนที่มีคนอื่นคิดไว้
เช่น ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การล้มล้างระบอบการปกครองหรือไม่ได้มุ่งร้ายสถาบัน ทำไมรัฐสภาจะแก้รัฐธรรมนูญเองไม่ได้
หรือทำไมจะแก้ทั้งฉบับไม่ได้ ต้องไปแก้เป็นรายมาตรา ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 10-15 ปีจึงจะลุล่วง

และ (ซึ่งบัดนี้มีค่าเท่ากับหรือแล้ว ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายบางราย)ทำไมศาลรัฐธรรมนูญถึง "ใหญ่กว่า" รัฐธรรมนูญ
เพราะสามารถออกบทบัญญัติเพิ่มเติมขึ้นมาเองได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากใคร
เช่น ถ้าอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องไปทำประชามติก่อน

ประเด็นก็คือ ท่านสั่งการให้คนอื่นเคารพประชามติ เคารพความคิดเห็นของประชาชน
แต่ท่านเองไม่ได้แสดงออกให้เห็นเลยว่าเคารพประชามติ หรือเคารพความคิดเห็นของประชาชน


ก็ถ้ามีพรรคการเมืองหนึ่ง หาเสียงว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเกินกึ่งหนึ่งของสภา
จะต้องส่งตีความกันอีกไหมว่าชาวบ้านคิดอะไร 
หรือเสียงฉันดังกว่า เสียงฉันมีน้ำหนัก เสียงฉันสำคัญกว่าเสียงชาวบ้านทั่วไป เสียงไพร่ล้านเสียงสู้ฉันเสียงเดียวไม่ได้
ฉันจึงมีอภิสิทธิ์ที่จะผูกแล้วให้คนอื่นแก้ได้ 
หรือถ้าฉันปวดท้อง ฉันสั่งคนอื่นให้อุจจาระแทนได้?



++

เขตงานไหน
โดย สมิงสามผลัด
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ในข่าวสดออนไลน์  วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น.


นับเป็นเรื่องประหลาดใจที่เห็นม็อบสวมชุดทหารป่า สวมหมวกดาวแดง ออกมาปกป้องศาล รธน.
ไม่ได้แปลกใจที่สนับสนุน
แต่แปลกใจที่อยู่ๆ อดีตทหารป่าดันเคลื่อนไหวเรื่องการเมืองซะงั้น
โดยมี นายทองดี นามแสนโคตร หรือ สหายพิชิต เป็นแกนนำกลุ่มที่ตั้งชื่อว่า "กองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย"
ระดมคนจากหลายจังหวัดภาคอีสานกว่า 200 คนมาชุมนุมอยู่ด้านหน้าสำนักงานศาล รธน.ตั้งแต่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา

สิทธิการปกป้องหรือสนับสนุนใครนั้นทำได้
แต่กรณีนี้เกี่ยวข้องและมีการอ้างถึง กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) จึงเกิดวิพากษ์วิจารณ์กันกระหึ่มเมือง
ก็เลยมีสหายตัวจริงออกมาชี้แจง


นายปราโมทย์ พรหมพินิจ หรือ สหายรับรอง ในฐานะประธานกลุ่มผรท. ต้องปรากฏตัวประกาศจุดยืนว่าการเคลื่อนไหวปกป้องตุลาการศาลรธน. ไม่ใช่นโยบายและเจตนารมณ์ของกลุ่ม ผรท.
" ผรท.แท้จริงจะไม่เกี่ยวข้องการเมืองเด็ดขาด เพราะการเมืองจะต้องแก้ด้วยการเมือง "

นอกจากนี้ยังมีแถลงการณ์ของเครือข่าย ธง แจ่มศรี หรือ สหายประชา ธัญญไพบูลย์ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ปกป้องศาล รธน.ตามที่ถูกอ้างชื่อ
" ขอประณามการเอาเกียรติภูมินักรบประชาชนไปรับใช้พวกอำมาตย์
มันเป็นการย่ำยีวีรชนปฏิวัติของเราที่ได้เสียสละชีวิตในการต่อสู้ที่ผ่านมา "

ก็ชัดเจนแล้วว่าการเคลื่อนไหวปกป้องศาลรธน. เป็นแค่ความคิดของอดีตทหารป่าบางคนที่อุดมการณ์เปลี่ยนไป


เพราะกองทัพปลดแอกประ ชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) ในอดีตมีอุดมการณ์ปฏิวัติระบบ เพื่อเกิดความเปลี่ยนแปลง เป็นแนวคิดที่ก้าวไปข้างหน้าสู่โลกใหม่ ส่วนก้าวไปแล้วจะดีหรือไม่ก็เรื่องหนึ่ง
แต่กลุ่มนี้กลับออกมาปกป้องระบบ สนับสนุนอำมาตย์ เป็นแนวอนุรักษนิยมที่ถอยหลัง
ผิดกันแบบหน้ามือกับหลังมือ

ที่สำคัญยังเห็นเงาตะคุ่มตะคุ่มของบุคคลบางกลุ่มอยู่เบื้องหลัง
เลยสงสัยกันว่าเหล่าสหายที่ป้องศาลรัฐธรรมนูญนี้ จะสังกัดเขตงานเขายายเที่ยงหรือเปล่า?



+++

รู้ตัวรู้กลุ่ม แต่ยังทำอะไรไม่ได้
โดย จ่าบ้าน
  คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ในข่าวสดออนไลน์  วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น.


ไม่ว่ารัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะกำหนดยุทธศาสตร์ออกมาอย่างไร หากยังไม่มีการปฏิบัติการให้เป็นรูปธรรม ยังเป็นยุทธศาสตร์บนหน้ากระดาษ การเดินไปข้างหน้าเพื่อให้บรรลุสันติสุขก็ยังเกิดขึ้นไม่ได้

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีการลอบวางระเบิดขึ้นหลายจุด ทั้งตามที่ปรากฏเป็นข่าวยังระบุว่ากลุ่มนั้นกลุ่มนี้เป็นผู้กระทำ แสดงว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองโดยเฉพาะการข่าวของทางราชการทราบแล้วว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ยังปฏิบัติการก่อกวนสถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นใครบ้าง
เมื่อรู้ได้เช่นนี้ก็น่าที่ประชาชนชาวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะตั้งความหวังได้ว่าโอกาสที่บ้านเมืองที่ตนอยู่อาศัยมาด้วยความสงบสันติสุขมานานนับร้อยปี และมีเหตุการณ์ทำให้ไม่สงบขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มมีเค้าของความสงบเกิดขึ้นแล้ว

แต่ประการที่น่าจะรู้ต่อไปคือ เมื่อไหร่



เพราะทุกวันนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีพื้นที่ใดอยู่ในความสงบสันติสุข ทั้งยังไม่รู้ว่าเมื่อใดจึงไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะถูกลูกหลงหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ฝ่ายก่อความไม่สงบจะก่อให้เกิดขึ้น
เรียกว่าชีวิตและทรัพย์สินยังแขวนบนเส้นด้ายแห่งความไม่ปลอดภัยและหวาดระแวงตลอดเวลา

กระนั้นก็ดีดูเหมือนว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นจะห่างไปจากการปองร้ายประชาชนทั่วไป ทั้งยังเหตุการณ์มุ่งร้ายหน่วยงานทางเศรษฐ กิจ เช่น ธนาคารเอกชน เป็นต้น ดังรายล่าสุดที่มุ่งทำลายตู้เอทีเอ็มถึง 3 ตู้ในเวลาใกล้เคียงกัน ส่วนประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บคือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หรือเป็นผู้ถูกลูกหลงมากกว่า 
ดังนั้น หากหน่วยการข่าวของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติการในหน้าที่จะร่วมมืออย่างจริงจังและใกล้ชิดกว่านี้ ก็น่าเชื่อว่าอาจจะระงับเหตุไม่ให้เกิดขึ้น หรือชะลอการก่อเหตุของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อนที่จะก่อเหตุขึ้น
หรือเข้าไปถึงเหตุการณ์ได้ทันทีที่เหตุเกิดขึ้น อาจเป็นเหตุให้จับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันควัน

หากเหตุการณ์ครั้งต่อไปเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุไม่สงบขึ้นได้ทันทีทันควัน
ก็น่าเชื่อได้ว่าการก่อเหตุไม่สงบน่าจะบรรเทาเบาบางลงบ้าง แม้ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว



+++

เหตุหนึ่งจาก หนังและละคร
โดย จ่าบ้าน 
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ในข่าวสดออนไลน์  วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น.


ห้วงเวลาที่ผ่านมากว่า 2 เดือน เหตุจากการใช้อาวุธปืนยังเกิดขึ้นสม่ำเสมอ เป็นเหตุให้ทั้งพลเมืองดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ และคู่กรณีต้องเสียชีวิตบาดเจ็บล้มตายเพราะการพกพาอาวุธปืนของใครต่อใครอย่างสะดวกโยธิน 

สาเหตุอีกประการหนึ่งที่คนไทยเห็นว่าการมีอาวุธปืนและการพกพาอาวุธปืน นอกจากเป็นการป้องกัน ซึ่งมักใช้ว่าเพื่อป้องกันตัวเป็นข้ออ้าง แล้วยังเป็นความโก้เก๋ หรือบางคนอ้างว่าเพื่อความอุ่นใจในการไปไหนมาไหน 
ประการหนึ่งที่ว่าส่วนหนึ่งมาจากความเคยชินที่พบเห็นในละครโทรทัศน์ในแทบทุกเรื่องที่ต้องมีเรื่องการใช้อาวุธปืนมาเกี่ยวข้องเสมอ


ที่จริงภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มีข้อจำกัดบางประการอยู่แล้วที่ฝ่ายควบคุมการสร้างของเราจำกัดขอบเขตหลายอย่างไม่ให้นำเสนอ
เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้แต่การแสดงให้เห็นขวดบรรจุก็กระทำไม่ได้ หรือต้องมีการแสดงด้วยภาพเบลอ ไม่เว้นแม้ป้ายโฆษณาที่มีการถ่ายทอดจากต่างประเทศ

นอกจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เราเข้มงวดกวดขันการโฆษณาสินค้าประเภทยาสูบหรือบุหรี่อย่างยิ่ง แม้การปล่อยให้มีควันบุหรี่ออกจากปากก็กระทำมิได้ หากเกิดขึ้นต้องเซ็นเซอร์ให้เป็นภาพเบลอ ไม่เห็นชัดเจน 
ทั้งสองประเภทมีกฎหมายเบ็ดเสร็จห้ามเด็ดขาด ทั้งยังมีโทษหากฝ่าฝืน


ส่วนอาวุธปืนหรือการใช้อาวุธทุกประเภทในภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์ จะมีข้อห้ามคือความหวาดเสียว ไม่ใช้อาวุธปืนหรือมีด หรืออาวุธอื่นใดจ่อร่างกายในระยะกระชั้นชิด เห็นชัดๆ เช่น ใช้ปากกระบอกปืนจ่อศีรษะ ใช้คมมีดจ่อคอหอย

ส่วนการมีและใช้อาวุธปืน แทบว่าจะไม่มีข้อจำกัด ทุกคนทั้งผู้ร้าย พระเอก แม้แต่นางร้ายและนางเอก ต่างมีอาวุธปืนได้ทั้งสิ้น มีเรื่องมีเหตุวิวาทขึ้นมาต่างคนต่างควักอาวุธปืนออกมาข่มขู่กันง่ายดาย ถึงขั้นไล่ยิงกันไม่มีเหตุผล 

เมื่อไหร่ผู้ควบคุมดูแลการสร้างภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์ จะจำกัดการพกพาและใช้อาวุธปืน
เพราะเด็กและผู้ใหญ่ที่ดูภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ต่างซึมซับทุกวันว่า การพกปืนเป็นเรื่องปกติ 



.