http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย

2555-03-25

หนุ่มเมืองจันท์: ดีที่สุดในสิ่งที่เป็น/ สรกล: "สนธิ" กับ "ความจริง"

.

ดีที่สุดในสิ่งที่เป็น
โดย หนุ่มเมืองจันท์ boycitychan@matichon.co.th www.facebook/boycitychanFC
คอลัมน์ ฟาสต์ฟู้ด ธุรกิจ ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1649 หน้า 24


วันที่ผมไปพูดในงาน This is My Future 2011 ของมูลนิธิไทยคมเมื่อปลายปีที่แล้ว
มูลนิธิไทยคมนั้นต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ให้รู้ว่าแต่ละอาชีพเขาทำอะไรกัน
ให้นักเรียน "รู้" ก่อนที่จะ "เลือก"

ในฐานะ "แขกรับเชิญ" ระดับเดียวกับ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์
เขาให้โอกาสพูดอะไรก็ได้
ผมจึงได้พูดในสิ่งที่อยากพูดกับกลุ่มคนที่อยากพูดด้วยมานาน

นักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นจะมีอยู่ 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่ "สมหวัง" ได้เข้าเรียนในคณะที่อยากเรียน
กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่ "ผิดหวัง" ไม่ได้ในสิ่งที่ฝันไว้

วิธีทำอย่างไรให้ "สมหวัง" คงมีคนพูดเยอะแล้ว
แต่เรื่อง "ทำอย่างไรเมื่อผิดหวัง"
น้องๆ คงยังไม่เคยฟัง
ผมอยากพูดกับคนกลุ่มที่ 2 ครับ
เพราะเชื่อว่าเป็น "คนส่วนใหญ่" ในแผ่นดิน

ผมเชื่อเสมอว่าชีวิตไม่ใช่ "ทางตรง"
แต่เป็น "ทางแยก"
และเป็น "ทางแยก" แทบทุกนาที
เราต้องเลือกตลอดเวลาว่าจะไป "ซ้าย" หรือ "ขวา"
บางครั้งก็ "สมหวัง"
บางครั้งก็ "ผิดหวัง"

หวังอะไรแล้วไม่เป็นไปตามที่หวัง
อยู่ในสถานการณ์ที่จำยอม
ไม่ได้เลือก แต่ต้องทำ ฯลฯ
คำถามสำคัญของชีวิต ก็คือ เราทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่ผิดหวัง

วันนั้น ผมเล่าประสบการณ์ตั้งแต่วัยเด็กที่ไม่มีเงินดูหนัง มีแต่โทรทัศน์ขาวดำที่ดูได้ช่องเดียว
แถมไม่ชัดอีก
แต่บังเอิญที่พ่อชอบอ่านหนังสือ พี่ชอบยืมหนังสือจากห้องสมุด ผมก็เลยได้อ่านหนังสือเยอะมากในวัยเด็ก
ได้ "ภาษา" โดยที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นนักเขียน

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่เข้าห้องเรียน เพราะไม่ชอบวิชาด้านสังคมศาสตร์
แต่เลือกทำกิจกรรมนักศึกษา
ทำอย่างบ้าเลือด ทำอย่างดีที่สุด
ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเป็น "นักข่าว" และ "หัวหน้างาน"

พอมาทำนักข่าวก็ได้ทำข่าวเศรษฐกิจ
ทั้งที่ไม่เคยอ่านข่าวเศรษฐกิจมาก่อน

ประสบการณ์ที่เจอกับสถานการณ์ที่ผิดหวัง หรือต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ

ผมจะเลือกเท่าที่เลือกได้

และ "เต็มที่" กับมันทุกครั้ง



ทุกครั้งที่เราเจอกับสถานการณ์ที่ผิดหวัง

คำถามสำคัญของชีวิต ก็คือ เราจะทำอย่างไรดี

"ทางแยก" ที่ปรากฏขึ้นมาในสถานการณ์นี้ไม่ใช่ "ซ้าย" หรือ "ขวา"

แต่เป็น "ขึ้น" หรือ "ลง"

เราจะคิดแบบ "บันไดขาขึ้น" หรือ "บันไดขาลง"
ถ้าคิดแบบ "บันไดขาลง" เปรียบเทียบตัวเรากับคนที่ดีกว่า
เราจะรู้สึกว่าเรา "โชคร้าย"
ความรู้สึกนี้จะดึงเราให้จมดิ่งไปกับความผิดหวัง
หมดอาลัยตายอยากและปล่อยให้ความเศร้านำพาชีวิตของเราไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าคิดแบบ "บันไดขาขึ้น" เปรียบเทียบกับคนอื่นที่แย่กว่าเรา
แม้จะไม่ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นคนโชคดี
แต่อย่างน้อยก็จะรู้ว่าเราไม่ได้โชคร้ายที่สุด
จากนั้นยอมรับกับ "ความจริง" ที่เกิดขึ้น
ยอมรับเราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนแปลงอนาคตได้

เราไม่มีทางรู้ว่า "อนาคต" จะเป็นเช่นไร

รู้เพียงว่า "วันนี้" เป็นอย่างไร

จะชอบ หรือไม่ชอบ

จะเลือกผิดพลาด หรือไม่มีสิทธิ์เลือก

ขอให้เปิดใจกว้างและหามุมเล็กๆ ที่มีความสุขให้เจอ

ทำ "วันนี้" ให้ดีที่สุด

การทำวันนี้ให้ดีที่สุด จะทำให้เราเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น

และเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้งาน

การรู้จริงจะช่วยเราได้



"สตีฟ จ็อบส์" คงไม่รู้หรอกว่าวิชาออกแบบตัวอักษรที่เขาเรียนมาจะถูกนำมาใช้ในการผลิตเครื่องแมคอินทอชในเวลาต่อมา
"ดี้" นิติพงษ์ ห่อนาค ไม่รู้หรอกว่าการต่อล้อต่อเถียงหรือการแซวสาวๆ ที่ "สามแยกปากหมา" ที่จุฬาฯ จะกลายเป็น "วัตถุดิบ" อันมีค่าเมื่อมาใช้ในการแต่งเพลง
ผมก็ไม่คิดมาก่อนว่าประสบการณ์ในช่วงเวลาที่บังเอิญ "ไม่มี-ไม่เรียน และไม่ชอบ" จะกลายเป็น "อาวุธ" ที่ผมนำมาใช้ในวันนี้
ชักขึ้นมาเมื่อไรใช้การได้เลย

ครับ แม้ไม่เป็นเช่นที่หวัง แต่จงทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด
หลักคณิตศาสตร์พื้นฐานสอนว่า "เส้น" คือ "จุดหลายจุดมาเรียงต่อกัน
เส้นทางของชีวิต ก็เหมือนการต่อเชื่อม "จุด" แต่ละ "จุด" ของชีวิตเข้าด้วยกัน
ถ้าเราทำ "ดีที่สุด" ในทุกจุด
ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ "สมหวัง" หรือ "ผิดหวัง"
เมื่อจุดที่ "ดีที่สุด" มาเรียงต่อกัน
ย่อมเป็น "เส้น" ทางชีวิตที่ดีอย่างแน่นอน

ขอเพียงแต่ยอมรับในสิ่งที่เป็น
และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด


"ดีที่สุดในสิ่งที่เป็น" เป็นหนังสือชุด "ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ" เล่มที่ 18 ครับ
ไล่ "เพชรพระอุมา" มาเรื่อยๆ
ครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น้องๆ ในสำนักพิมพ์มติชนตกตะลึง
เพราะตามปกติผมจะส่ง "ชื่อหนังสือ" เป็นลำดับสุดท้าย
แต่ครั้งนี้ผมกลับส่งก่อนต้นฉบับประมาณ 2 สัปดาห์

เหตุผลที่ส่งชื่อได้เร็ว เพราะเป็นวิธีคิดที่อยู่ในใจของผมมานาน
และมาตกผลึกเมื่อไปพูดในงาน This is My Future 2011
ตอนนี้หนังสืออยู่โรงพิมพ์ครับ คงเสร็จแบบอุ่นๆ ในวันแรกของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผมบอกน้องๆ ว่าเราเป็น "เจ้าถิ่น" ควรเปิดโอกาสให้นักเขียนอื่นๆ ส่งต้นฉบับก่อน
เราคนกันเอง เมื่อไรก็ได้
เอา "ชื่อหนังสือ" ไปก่อนก็แล้วกัน
ส่วน "ต้นฉบับ" แหะ...แหะ เพิ่งส่งครับ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
งานนี้ผมมีคิวการลงอาคม 3 วันครับ
วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน ตอน 12.00 น.
วันเสาร์ที่ 7 เมษายน ตอน 13.00 น.
วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน เซ็นชื่อตอน 14.00 น.
และขึ้นเวทีกับ "ต๊อบ" เถ้าแก่น้อย ตอน 16.00 น
ถ้าว่าง เจอกันนะครับ



++

สรกล อดุลยานนท์ : "สนธิ" กับ "ความจริง"
คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 ในมติชน ออนไลน์ วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 21:00:00 น.


แม้ "ธีรยุทธ บุญมี" จะหลบเลี่ยงไม่กล่าวถึงความเลวร้ายของการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
แต่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ กลับไม่ยอมหลบ
เขาตั้งคำถามกับ พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ถึงเบื้องหลังการรัฐประหาร 19 กันยาฯ

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารครั้งนี้หรือไม่??

ไม่ว่า พล.ต.สนั่นจะมีวัตถุประสงค์ใดในการตั้งคำถาม
1.ต้องการทำลายความชอบธรรมของ พล.อ.สนธิ ในการชิงธง "ปรองดอง" ไปจากตนเอง
หรือ 2.ต้องการถามเพื่อค้นหาความจริงจากประวัติศาสตร์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

แต่วิธีการถามของ พล.ต.สนั่น ชัดเจนว่าต้องการให้ พล.อ.สนธิปฏิเสธว่า พล.อ.เปรมไม่เกี่ยว

เขาคงไม่นึกว่า พล.อ.สนธิจะตอบแบบกำกวมว่า "คำถามบางประการเปิดเผยไม่ได้ แม้ตายแล้วก็เปิดเผยไม่ได้ "
แม้จะแก้ไขคำพูดใหม่ในเวลาต่อมาด้วยการยืนยันว่า พล.อ.เปรมไม่รู้เรื่อง
แต่คำตอบแรกของ พล.อ.สนธิ ทำให้คนรู้สึกว่ามี "ความลับ" บางอย่างที่พูดไม่ได้
ยิ่งทำให้คนคิดไปไกลอีก

ครับ แม้ว่าการปรองดองจะต้องมองไปข้างหน้า และลืม "ความแค้น" ในอดีต

แต่การค้นหา "ความจริง" จะต้องดำเนินต่อไปเพื่อเป็น "บทเรียน"

"ความจริง" เรื่องการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จึงต้องค้นหากันไปเรื่อยๆ

ที่ พล.ต.สนั่นคิดว่าแค่ พล.อ.สนธิบอกว่า "ป๋าเปรม" ไม่เกี่ยวแล้วคนจะเชื่อ

ง่ายเกินไปครับ


ก่อนหน้านี้ ถ้าใครติดตามคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.สนธิ เขาก็ยืนยันว่าตลอดว่า "ป๋าเปรม" ไม่เกี่ยว
มีคนส่วนหนึ่งเชื่อ แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งไม่เชื่อ

นานาจิตตัง

ส่วนหนึ่งเพราะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายไปปาฐกถาที่ 3 เหล่าทัพของ พล.อ.เปรม
หลัง พ.ต.ท.ทักษิณปูดคำว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" ออกมา
หรือภาพ พล.อ.เปรมปรากฏตัวพร้อมผู้นำเหล่าทัพในการเข้าเฝ้าหลังการรัฐประหาร

หรือกรณีที่ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง
หรือการได้ดิบได้ดีของ "ผู้นำเหล่าทัพ" บางคนที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร
ทุกอย่างอาจเป็นเรื่องบังเอิญที่ พล.อ.เปรมไม่รู้เรื่องเลย

แต่กลุ่มคนเสื้อแดง และคนที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ รู้สึก

ดังนั้น การที่ พล.ต.สนั่นจะหวังว่าคำพูดของ พล.อ.สนธิ ที่ยืนยันว่า "ป๋าไม่เกี่ยว" จะทำให้คนกลุ่มนี้เชื่อ

คงจะยาก

ความขัดแย้งที่ยาวนานและฝังรากลึกทำให้ต่างฝ่ายมี "ความเชื่อ" เป็นสมบัติส่วนตน

เหมือนที่ "เสื้อเหลือง" เชื่อว่า "ทักษิณ" ทุจริตคอร์รัปชั่น และไม่จงรักภักดี
เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 กันยาฯ จึงเป็นเรื่องที่ต้องค้นหาความจริงกันต่อไป
คงเหมือนเราเดินค้นหา "ความจริง" ในป่าที่มืดมิด

ลำพังแค่ "ไฟฉาย" เล็กๆ จากคำพูดของ พล.อ.สนธิ ที่ "ลับลวงพราง" ตลอดชีวิต คงไม่ทำให้เราเห็น "ความจริง" ที่ซุกซ่อนในป่า

เราคงต้องรอกาลเวลานำพาแสงสว่างในยามเช้า

ให้ป่าทั้งป่าสว่างก่อน

แล้ว "ความจริง" จะปรากฏ



.