http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย

2555-12-05

เดียนเบียนฟู โดย นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

.

เดียนเบียนฟู
โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์  คอลัมน์ การ์ตูนที่รัก
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 33 ฉบับที่ 1685 หน้า 85


นําสงครามเวียดนามมาทำเป็นการ์ตูนเป็นเรื่องที่ออกจะนึกไม่ถึง อย่างน้อยก็นึกไม่ถึงว่าจะเป็นไปได้ในเวลาเพียงห้าสิบปีหลังสงคราม
เมื่อคิดถึงคนเจ็บคนตายและความทุกข์ยากของคนเวียดนามทั้งประเทศ ของทหารผ่านศึกทั้งชาวอเมริกันและคนไทยรวมทั้งครอบครัว ไม่น่าเชื่อว่าความโศกเศร้าจะเจือจางลงไปมากจนกระทั่งนำมาเขียนการ์ตูนได้แล้ว  
ทั้งนี้ ยังไม่นับว่ายุคสมัยสงครามเวียดนามเป็นยุคสมัยของความหวาดระแวงและใส่ร้ายป้ายสี ได้สร้างบาดแผลให้แก่ผู้คนจำนวนมากมาย 
ดูเหมือนคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันพร้อมจะลืมกันได้แล้ว


เดียนเบียนฟู สงคราม+รัก นายหัวเห็ดกับมิสไซ่ง่อน เป็นงานเขียนของ Nishijima Daisuke สำนักพิมพ์เน็ดคอมิกส์ เล่าเรื่องช่างภาพ ฮิคารุ มินามิ เข้าไปทำข่าวในเวียดนามช่วงปี 1965 เขาได้รับการบอกกล่าวและคำเตือนล่วงหน้าว่าสงครามที่เกิดขึ้นไม่มีใครผิดหรือถูก 
เมื่อไปถึงเขาพบการสังหารทหารชาวอเมริกันอย่างไม่ปรานี ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้เห็นเหตุการณ์ที่นายทหารชาวอเมริกันทรมานและฆ่านักโทษชาวเวียดนามอย่างโหดร้าย 
การ์ตูนพยายามกันตัวเองตั้งแต่แรกว่าจะไม่เข้าข้างใคร

ฮิคารุเป็นพยานรู้เห็นการกระทำอันบ้าคลั่งของนายทหารชาวอเมริกัน เขาเกือบถูกฆ่าปิดปากแล้วหากมิใช่ "เจ้าหญิง" ปรากฏตัวชิงลงมือตัดหัวนายทหารอเมริกันนั้นเสียก่อน เจ้าหญิงลงมือกับฮิคารุด้วยแต่เป็นกล้องถ่ายรูปที่สะพายช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้  
หลังจากเหตุร้ายครั้งนั้นฮิคารุเฝ้าคิดคำนึงถึงเจ้าหญิงอยู่เสมอ

เจ้าหญิงเป็นแนวร่วมปลดปล่อยชาติเวียดนามใต้คือเวียดกง เธอเกิดในวันที่เดียนเบียนฟูแตก เวียดกงยังมีผู้กล้านักแม่นปืนอีกคนหนึ่งคือ "พระภิกษุเยื้อง" มีผู้นำกลุ่มเป็นหญิงชราคือ "ยาย" ส่วนกองทัพเวียดนามเหนือมีผู้บัญชาการชื่อ "ตง" ตงใช้มีดใหญ่เป็นอาวุธคู่กาย 

ทิม ลอเรนซ์ หน่วยรบพิเศษกรีนแบเรต์ เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มสุนัขจรจัดเข้าต่อสู้แลกชีวิตกับเจ้าหญิง

เจ้าหญิงสังหารลูกทีมของทิมทีละคนๆ ตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มสองจนเกือบหมด ตอนนี้ทิมเหลือเพียงจาจามารุและอินซอมเนียร์อยู่คู่กาย
การปะทะนัดตัดสินชะตาจะเกิดขึ้นในเล่มสามซึ่งเล่าเรื่องสงครามแย่งชิงค่ายไปลเหม่



หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เดือนมีนาคม 1946 ฝรั่งเศสยกทัพเข้าฮานอย เป็นการเริ่มต้นของสงครามอินโดจีนที่กินเวลายาวนานแปดปีจนกระทั่งถึงวันที่เดียนเบียนฟูแตกในเดือนพฤษภาคมปี 1954 โดยที่ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายแพ้สงคราม 
หลังจากนั้น เวียดนามถูกแบ่งออกเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ที่เส้นรุ้ง 17 องศาเหนือตามสนธิสัญญาเจนีวา 

สิงหาคมปี 1964 เรืออเมริกันถูกเวียดนามเหนือโจมตีในอ่าวตังเกี๋ย 
มีนาคมปี 1965 อเมริกาเปิดฉากโจมตีเวียดนามเหนือทางอากาศครั้งใหญ่และยกพลขึ้นบกที่ดานังอันเป็นการเริ่มต้นสงครามเวียดนาม 
วันที่ 19 ตุลาคม 1965 กองทัพเวียดนามเหนือด้วยความช่วยเหลือของเวียดกงบุกโจมตีค่ายทหารเมริกันเป็นครั้งแรกที่ไปลเหม่ 
เมื่อถึงสิ้นปีมีทหารเมริกันเข้าไปในเวียดนามหนึ่งแสนเก้าหมื่นคน
สงครามเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น


ที่ค่ายไปลเหม่ พระภิกษุเยื้องลอบสังหารทหารอเมริกันไปหลายคน รวมทั้ง จาจามารุ อเมริกันนินจากลุ่มสุนัขจรจรัด ทิม ลอเรนซ์ ตีโต้เยื้องถอยกลับไปอย่างสามารถ ที่อีกด้านหนึ่งของค่ายเจ้าหญิงตวัดมีดฆ่านักรบหญิงอินซอมเนียร์สุนัขจรจรัดคนสุดท้าย กว่าทิมจะรุดมาถึงก็สายเกินไปเสียแล้ว 
ถึงตอนนี้ทิมเผชิญหน้ากับเจ้าหญิงโดยมีฮิคารุที่หลงรักเจ้าหญิงยืนอยู่ข้างๆ 
เจ้าหญิงลงมือรวดเร็ว มีดปาดคอทิมเลือดไหลเป็นทาง ทิมล้มลงแล้ว ผู้บัญชาการตงเหยียบทิมติดพื้นเงื้อดาบใหญ่ ผู้พันยาโบและกองทัพเฮลิค็อปเตอร์อเมริกันดาหน้าร่อนลงที่ค่ายไปลเหม่อย่างยิ่งใหญ่ การต่อสู้ถึงเลือดถึงเนื้อระหว่างสหรัฐอเมริกาและชาวเวียดนามเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ผู้พันยาโบคร่าชีวิตผู้บัญชาการตงอย่างโหดร้ายพอกัน ระเบิดร่างเวียดกงหนุ่ม ผ่าซีกร่างกายทหารเวียดนามเหนือ และ "ทำลาย" เจ้าหญิง
ทิมและจาจามารุยังไม่ตาย ฮิคารุยังคงทำงานเป็นช่างภาพสงคราม เหตุการณ์ดำเนินต่อไป



เป็นการ์ตูนที่เล่าเรื่องความโหดร้ายของทั้งสองฝ่าย มีคำพูดของ "ยาย" มือสังหารเวียดกงที่เล่าให้ฟังว่าเวียดนามเคยสู้กับจีน จากนั้นก็ฝรั่งเศส ตอนนี้ก็เป็นอเมริกา พวกเขาสู้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งการต่อสู้อยู่ในสายเลือดไปแล้วและจะไม่มีวันแพ้ 
ด้านผู้พันยาโบก็เล่าให้ฟังถึงความจำเป็นที่มหาอำนาจอเมริกันต้องพิทักษ์ภูมิภาคนี้เอาไว้ด้วยแสนยานุภาพทั้งหมดที่มีและจะมีมาอีก มีปรัชญาว่าด้วยสงครามและความหวาดกลัวแทรกอยู่บ้างประปรายแต่ไม่ลึกซึ้งอะไรมากนัก 

ที่น่าสนใจกลับเป็นลายเส้น การ์ตูนใช้ลายเส้นแบบคอมิกส์แท้ๆ ลงเส้นและถมดำอย่างมีน้ำหนัก ตวัดพู่กันเร้าอารมณ์ ดีไซน์ตัวการ์ตูนแต่ละตัวน่ารัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเอกทั้งสามคือเจ้าหญิง ทิม และฮิคารุ 
ลายเส้นการ์ตูนน่ารักๆ นี้เองที่ให้ภาพการตายกลาดเกลื่อน ร่างขาดสองท่อน หัวหลุดจากบ่า ระเบิดร่างแหลกเหลวเหลือแต่ขา แสดงภาพการฆ่าด้วยปืนและมีดอย่างจะแจ้ง แต่ด้วยเป็นภาพขาวดำจึงให้อารมณ์แบบการ์ตูนดั้งเดิม

เป็นการ์ตูนที่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบ เริ่มตั้งแต่ชื่อเรื่องที่ไม่สื่ออะไร เนื้อเรื่องยังไม่มีความเชื่อมโยงกับสงครามอินโดจีนครั้งที่หนึ่งมากนัก
การนำเอาสงครามเวียดนามซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสงครามที่โหดร้ายและทำลายความเป็นมนุษย์ของทุกคนที่เกี่ยวข้องมาทำเป็นการ์ตูนบู๊สะบั้นด้วยมีดดาบในสมรภูมิรบดูจะเหนือจริงจนเหมือนขาดความเคารพ ทั้งนี้ ยังไม่นับว่ามีตัวละครที่เป็นเด็ก ดูเหมือนเป็นเด็ก และเด็กผู้หญิงมากเกินความเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในอีกแง่มุมหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้เขียนต้องการให้เกิดความรู้สึกเหนือจริงจึงใช้ลายเส้นและตัวละครเด็กน่ารักเหล่านี้เป็นตัวเดินเรื่อง

นับเป็นงานศิลปะบนความขัดแย้งอีกชิ้นหนึ่ง



.