http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย

2554-11-16

"ทุจริตที่ ศปภ.", ฯระวัง'ทุจริต'ล้มรัฐบาล, ปชป.โชว์ "ฝ่ายค้าน" ตัวจริง

.

"ทุจริตที่ ศปภ."
กระทู้ของ น้ำมิตร จาก www.pantip.com/cafe/rajdumnern


ดิฉันไม่แปลกใจที่มีข่าวเรื่องการทุจริตในหน่วยงาน ศปภ.

ที่ไม่แปลกใจไม่ใช่เพราะว่าปล่อยเฉยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่อยากวิจารณ์ไม่อยากแตะเพราะเป็นหน่วยงานในรัฐบาลที่ดิฉันสนับสนุนกาบัตรเลือกตั้งมากับมือ

เหตุที่ไม่แปลกใจ เพราะขนาดในวัดไทยพุทธยังมีการทุจริตคอรัปชั่นกันให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ประสาอะไรกับหน่วยงาน ศปภ.

ถึงจะไม่แปลกใจ ก็ต้องไม่ปล่อยปละละเลยมองข้ามความบกพร่องร้ายแรงนี้ไปได้


ดิฉันขอเรียกร้องและสนับสนุนให้มีการสอบการทุจริตในหน่วยงาน ศปภ. อย่างโปร่งใสตรงไปตรงมาไม่ต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถุงยังชีพ เรือโคตรแพง ส้วมลอยน้ำ กระดาษชำระ และทุกๆ เรื่อง

คณะกรรมการที่ร่วมสอบทุจริตถ้าจะทำให้โปร่งใส ต้องมีตัวแทนจากทุกฝ่ายเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ เช่น มีตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล มีตัวแทนจากหน่วยงาน ศปภ. มีตัวแทนจากกองทัพ มีตัวแทนจากมหาวิทยาลัย มีตัวแทนจากฝ่ายค้าน มีตัวแทนจากDSI มีตัวแทนจากสื่อมวลชน(สื่อละ 1 ท่านก็ได้) หรือจากหน่วยงานใดที่ต้องการให้มาการันตีความโปร่งใสหรือร่วมค้นหาการทุจริต

เมื่อมีตัวแทนจากทุกหน่วยงานเข้าทำการตรวจสอบ ผลที่ได้ปรากฏออกมาจะปราศจากข้อกังขาใดๆ หากพบว่ามีการทุจริตต้องลงโทษสถานหนักทั้งจำทั้งปรับ เพื่อเป็นต้นแบบการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นอย่างแท้จริง

หากรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ต้องการปราบทุจริตคอรัปชั่นก็ต้องเริ่มที่หน่วยงาน ศปภ. เป็นแห่งแรก ทำให้เป็นตัวอย่าง แสดงความจริงใจต่อทุกคะแนนเสียงที่เลือกรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์เข้าไปบริหารบ้านเมือง

เมื่อได้ผลตามข้อเท็จจริงแล้ว ถ้าผิดก็ต้องลงโทษสถานหนักอย่าปกปิดบิดเบือนให้เป็นเป้าชำรุดให้ทุกฝ่ายนำมารุมกระหน่ำทุบทึ้งรัฐบาลในทุกครั้งที่มีโอกาส จะทำให้รัฐบาลหมดความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าโปร่งใสก็ต้องให้สื่อมวลชนประกาศทำความกระจ่างให้กับประชาชนรับทราบทั่วกัน

หลังจากสอบทุจริตใน ศปภ. แล้ว ก็ต้องสอบย้อนกลับไปทุกโครงการที่มีการกล่าวหาว่าทุจริตคอรัปชั่นไม่ว่าจะเกิดในรัฐบาลชุดนี้หรือในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แล้วลงโทษสถานหนักเช่นเดียวกัน

การทุจริตไม่ว่าจะกระทำในหน่วยงานรัฐหน่วยงานใด ก็ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อประเทศและประชาชนทั้งนั้น ไม่ใช่แต่เฉพาะกับรัฐบาลที่ตัวเองไม่ชอบเท่านั้น

จากคุณ : น้ำมิตร [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 พ.ย. 54 23:30:20 A:58.11.88.172 X:



++

สัญญาณเตือน"ยิ่งลักษณ์" .. หากินบนความทุกข์ . . ระวัง 'ทุจริต' ล้มรัฐบาล
ในมติชน ออนไลน์ วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 13:02:42 น.


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พูดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งในที่ลับและที่แจ้งว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะอยู่ยาวครบเทอมหรือไม่ ขึ้นอยู่ปัจจัยเดียว

อย่าให้เกิดการ "ทุจริตคอร์รัปชั่น"

ร.ต.อ.เฉลิม มองว่า การทำงานด้วยความโปร่งใส ไร้คอมมิสชั่นจะเป็น "เกราะป้องกัน" ที่แข็งแรงสำหรับรัฐบาล

เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม มองเห็นบทเรียนในอดีตที่ผ่านมาแล้วว่า ไม่ว่ารัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยครึ่งใบ รัฐบาลยุคเผด็จการครองอำนาจ รัฐบาลประชานิยม หรือรัฐบาลที่มีทหารหนุนหลัง

ล้วนล้มหายตายจากด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งสิ้น

ไม่ว่าการทุจริตนั้น จะเกิดความจงใจ หรือการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของรัฐมนตรีก็ตาม

หากแต่ในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในสังกัด ลูกน้องหน้าห้องที่ใกล้ชิด หรือแม้กระทั่งลูกๆ หลานๆ ที่เข้าไปหาเศษหาเลย

คนที่รับผิดชอบเต็มๆ คือรัฐมนตรีคุมกระทรวง


ปลายปี 2552 สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มี "วิฑูรย์ นามบุตร" เป็นรัฐมนตรี

เกิดเหตุความไม่ชอบมาพากลใน "ถุงยังชีพ" เมื่อพบ "ปลากระป๋องเน่า" ยี่ห้อชาวดอย อยู่ในถุงที่นำไปบริจาคชาวบ้าน ต.ชัยบุรี จ.พัทลุง

ทั้งที่ฉลากบนกระป๋องระบุผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และมีระยะเวลาหมดอายุอีก 3 ปี

ครั้งนั้น "วิฑูรย์ นามบุตร" แก้เกี้ยวว่า เป็นเพราะบริษัทเอกชนที่รับสัมปทานจัดซื้อจัดจ้างส่งของเน่าแจกชาวบ้านผิดสเปกที่เสนอกระทรวง

แม้ในความเป็นจริง "วิฑูรย์ นามบุตร" จะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องดังกล่าวก็ตามที

แต่ด้วยความเป็นเจ้ากระทรวง แรงกดดันจากสังคม และความเคลือบแคลงสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่า "หากินบนความทุกข์ของชาวบ้าน"

ไม่นาน "วิฑูรย์ นามบุตร" ก็แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง

แม้จะออกมายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และการลาออกคือการสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง

หากแต่ในความเป็นจริงภาพ "รัฐมนตรีปลากระป๋องเน่า" ก็ติดตัว "วิฑูรย์ นามบุตร" มาจนปัจจุบัน


เช่นกันหลังจาก "สกลธี ภัททิยกุล" รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ หยิบเอาเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องถุงยังชีพของ ศปภ.ว่าราคาไม่น่าจะถึง 800 บาท ที่กระจายอยู่ในอินเตอร์เน็ตมาขยายผลจน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวน

แม้ผลสรุปจะแพลมออกมาอย่างที่คาดการณ์คือไม่พบความผิดปกติ !!!

แต่ในเวทีซักฟอก "วิลาศ จันทรพิทักษ์" สส.กทม.จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็หยิบขึ้นมา "ขยายผล" แบบละเอียดยิบ

เริ่มตั้งแต่การจัดซื้อเรือไฟเบอร์กลาส 2 ครั้ง ครั้งแรกซื้อ 30 ลำๆ ละ 2.5 แสนบาท ครั้งที่ 2 อีก 100 ลำๆ ละ 1.98 แสนบาท กับบริษัท พูนเจริญพานิช ซึ่งก่อนหน้าบริษัทนี้ได้ขายถุงยังชีพ 6 หมื่นถุง ให้กับ ศปภ.ไปแล้ว

"วิลาศ จันทรพิทักษ์" ตรวจสอบพบว่าเรือที่ซื้อครั้งแรก 30 ลำๆ ละ 2.5 แสนบาท เป็นเงิน 7.5 ล้านบาท แต่แท้จริงราคา 9 หมื่นบาท 30 ลำก็ตก 2.7 ล้านบาท กินส่วนต่างลำละ 1.6 แสนบาท

เก็บเข้ากระเป๋าเหนาะๆ 4.8 ล้านบาท

ซื้อครั้งที่ 2 อีก 100 ลำ ราคา 1.98 แสนบาท เป็นเงิน 19.8 ล้านบาท ส.ส.ประชาธิปปัตย์ บอกว่าราคาจริงเพียง 6 หมื่นบาท 100 ลำ ก็ 6 ล้าน กินส่วนต่างลำละ 1.38 แสนบาท

เก็บเข้ากระเป๋ารอบสอง 13.8 ล้านบาท

เมื่อคิดตัวเลขจากส่วนต่างที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำมาเปิดโปง ส่วนต่างแค่การซื้อเรือ ที่อาจถูกมองได้ว่านี่คือการคอร์รัปชั่นมีมากถึง 18.6 ล้านบาท

นอกจากนั้น ยังพบว่า ข้าวของใน "ถุงยังชีพ" ที่ ศปภ.จัดจ้างบริษัทเอกชนดำเนินการ วงเงิน 146 ล้านบาท ในราคาถุงละ 800 บาท

ชำแหละทุกส่วน เอาราคามาเทียบกับราคาตลาดที่แท้จริง พบราคาจริงอยู่แค่ 400 บาท

ถือว่า "กินส่วนต่าง" ไปครึ่งหนึ่ง

148 ล้านบาท หารสอง ก็เหลือเข้ากระเป๋าตามที่พรรคประชาธิปัตย์วิเคราะห์ ราว 74 ล้านบาท

นั่นหมายความว่า แค่การซื้อเรือไฟเบอร์กลาส 2 ครั้ง 130 ลำ และถุงยังชีพอีก 1.4 แสนถุง

ด้วยงบรวมทั้งหมด 173.3 ล้านบาท หากเป็นจริงอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา

หมายความว่า แค่ 2 รายการมีค่าคอมมิสชั่น หรือคอร์รัปชั่นอยู่ที่ 92.6 ล้านบาท

งานนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ถูกจับตามองมากสุด เพราะถูกตั้งข้อสังเกตว่า "มีส่วนรู้เห็น" เพราะเป็นหน่วยงานหลักในการ "จัดซื้อ"


"ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รมว.มหาดไทย คงต้องทำอะไรมากกว่าการโยนความรับผิดชอบให้หน่วยงานอื่นๆ สอบสวนหาข้อเท็จจริงฝ่ายเดียว

หาก "บริสุทธิ์ใจ" จะต้องตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลาง ที่ไม่ใช่คนในกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมสอบ ลักษณะ "คู่ขนาน" กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ

เพราะการ "กินส่วนต่าง" บนความทุกข์และคราบน้ำตา ของคนทั้งประเทศ ที่กำลังประสบอุทกภัยอยู่เวลานี้

เป็นสิ่งที่ไม่ควรให้อภัย

และให้นึกถึงคำพูดของ ร.ต.อ.เฉลิม ให้ดีๆ ว่า รัฐบาลนี้จะอยู่ได้ยาว หากไม่มีการทุจริตโกงกิน



++

ปชป.โชว์ "ฝ่ายค้าน" ตัวจริง . . 'ปู-ศปภ.-พท.' กอดคอจมน้ำ
ในมติชน ออนไลน์ วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 12:00:34 น.


และแล้วก็กลับมาสู่คำว่า "มาตรฐาน" ของพรรคประชาธิปัตย์ ในการทำหน้าที่ "ฝ่ายค้าน" ตัวจริง และของแท้ หลังจากที่เงื้อง่าประกาศศักดาความสามารถในการเป็น "พรรคฝ่ายค้าน" ที่แล้วมา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เห็นบทบาทของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 เป็น เวลา 2 วัน ต่อเนื่องกับการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกรณีวิกฤตน้ำท่วม อีก 2 วัน

สังคมไทยได้เห็นมิติใหม่ของการทำหน้าที่ ฝ่ายค้านในสภาแล้วว่า หากจะหวังผลสัมฤทธิ์ของการตรวจสอบฝ่ายบริหารในยุคปัจจุบัน เมื่อขึ้นเวทีแล้วต้องไม่ชกสะเปะสะปะ ขอ "หมัดเดียวจอด"

และประเด็นเดี่ยว-เรื่องเดียวที่เกิดขึ้นใน 2 วาระของการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ว่าด้วย "ถุงยังชีพ" ก็ทำท่าจะกลายเป็น "ถุงปลิดชีพ" รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังที่ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ บอกเอาไว้

ผลของการจัดซื้อถุงยังชีพที่กล่าวหากันว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น และพัวพันยุ่งเหยิงกันในระหว่าง นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล กับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ซึ่งอีกตำแหน่งหนึ่งทางการเมืองคือ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เบื้องต้น ฝ่ายค้านชี้เป้าไปที่ "ขรก.ปภ." ซึ่งก็ต้องรอวัดใจว่า "เบ้ " จะยอมรับชะตากรรมที่ถูกกล่าวหาแบบ "ตายเดี่ยว" หรือจะทำการซัดทอด "ส่งต่อ" ข้อกล่าวข้อหาไปยัง "เจ้านาย" ที่อยู่เหนือกว่าเขาหรือไม่

ขณะที่กรณีสิ่งของที่รับบริจาคเองก็มีข้อครหานินทากันมาโดยตลอดว่า "คนเสื้อแดง" เข้ามามีอิทธิพลเหนือในการ "จัดสรร-แจกจ่าย" กระทั่ง ส.ส.ในพรรคเดียวกันเองก็ยังออกมาตัดพ้อต่อว่า ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ที่ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็น ผอ. ศปภ. ได้ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมขึ้นมา

และบังเอิญว่าได้ตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย 4 ราย เข้าไปร่วมบริหารจัดการด้วย ได้แก่ การุณ โหสกุล, สุรชาติ เทียนทอง ส.ส.กทม. วรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ และ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถ์

วิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานพยานต่างๆ เพื่อจะยื่นญัตติถอดถอนตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อถอดถอน 4 ส.ส.ข้างต้น พล.ต.อ.ประชา ในฐานะคนเซ็นหนังสือแต่งตั้ง รวมทั้ง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ที่นำถุงยังชีพไปเก็บไว้ในสำนักงานประสานงานเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยในเขตสายไหม

จากพฤติกรรมและพฤติการณ์ของทั้ง 6 คน ที่อาจจะเข้าข่ายทำผิด มาตรา 266 ของรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามไม่ให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ส. หรือ ส.ว. เข้าไปแทรกแซงยุ่งเกี่ยวการทำงานของราชการเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของ ผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง โดยอาจจะมี ส.ส.อีกหลายคนที่เข้าข่ายในการกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรานี้ และต้องเผชิญชะตากรรมในทำนองเดียวกันนี้ด้วย

ซึ่งการเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์นั้น พูดกันว่าหากมีจังหวะเหมาะ เพื่อไม่เป็นการ "เสียของ" ยามตีเหล็กต้องตีเมื่อร้อน ก็อาจเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีก่อนจะเปิดสมัยประชุมสภานี้เสียเลย

จึงนับว่าอานุภาพของ "ถุงปลิดชีพ" อาจจะมีพลังทำลายล้าง กินวงกว้างมากกว่ากรณี "ปลากระป๋องเน่า" ของพรรคการเมืองคู่แข่งหลายเท่านัก ?!?

และ "นายกฯยิ่งลักษณ์" จะปัดป้อง ปัดเป่าว่า "ไม่ใช่หน้าที่" หรือ "ไม่ได้รับผิดชอบ" คงจะไม่ได้ เพราะสายบังคับบัญชาการที่พ่วงคำว่า "หน้าที่และรับผิดชอบ" ต่างพุ่งตรงไปที่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารทั้งสิ้น

นั่นทำให้มองได้ว่าเป็น "ความสำเร็จขั้นต้น" ของพรรคประชาธิปัตย์ที่สามารถทำให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย "ชะงัก" และอาจถึงขั้น "เมาหมัด"

เพราะในห้วงที่มหาอุทกภัยยังไหลหลาก เมื่อ ศปภ.ไม่สามารถ "เอาอยู่" แต่กลับเกิดกลิ่นอายของ "ทุจริตคอร์รัปชั่น" โชยคลุ้งออกมา เห็นทีว่า "รัฐบาล-ศปภ.-พรรคเพื่อไทย" คงถึงคราวจอดไม่ต้องแจวกันเร็วกว่าที่คาดคิด



.