http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย

2554-11-24

บัน คี มุน-คลินตัน นัยทางการเมืองรัฐบาลปู โดย จำลอง ดอกปิก, ผู้หญิงถึงผู้หญิง พลังใจจากฮิลลารี

.
มีโพสต์หลังบทความที่ 1 "คุยกับปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ : จับ'ใจความสำคัญ'จากท่าทีของฮิลลารี คลินตัน ต่อ'รัฐบาลพลเรือน'ไทย "

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



บัน คี มุน-คลินตัน นัยทางการเมืองรัฐบาลปู
โดย จำลอง ดอกปิก คอลัมน์ ระหว่างวรรค
ในมติชน ออนไลน์ วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 19:00:00 น.


การเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการและหารือข้อราชการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ของนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ

การเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา

ในทางการเมือง มีนัยยิ่งกว่าภาพปรากฏเบื้องหน้า ที่ดูเหมือนเป็นแค่เรื่องเกี่ยวกับมนุษยธรรม การเข้ามาให้ความช่วยเหลือประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตอุทกภัย

และเป็นการเตรียมการของฮิลลารี คลินตัน สำหรับการพบปะหารือระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 19 ณ เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซียประการเดียว


นับตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เรื่อยมา ประเทศไทยได้รับการจับตามองจากประชาคมโลกเป็นอย่างมาก แม้มีการคืนอำนาจให้กับประชาชน มีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นในระยะเวลาต่อมา และไม่มีการยึดอำนาจการปกครองจากฝ่ายกองทัพอีก

ทว่ารัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างแท้จริงกลับถูกแทรกแซงอย่างหนักหลายรูปแบบ กระทั่งล้มไปในที่สุด อำนาจการปกครองประเทศเปลี่ยนมือ จากพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงสุด มีการใช้อิทธิพลเหนือพรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซง กดดันเพื่อการสถาปนารัฐบาลใหม่ กลายเป็นอีกชนวนเหตุการชุมนุมเรียกร้อง และการปราบปรามอย่างรุนแรงตามมา มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ภายหลังสถานการณ์ความรุนแรงในเมืองหลวง จึงถูกจับตามองจากนานาอารยประเทศอย่างใกล้ชิด กลุ่มทูตประเทศต่างๆ ในไทยถึงขั้นรวมตัวกันติดตามสถานการณ์ มาตั้งแต่ครั้งการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไป และเรียกร้องให้ยอมรับผลการเลือกตั้ง เช่นเดียวกันกับผู้นำหลายประเทศและหลายองค์กรที่แสดงความเป็นห่วง หากบิดเบือนเจตจำนงประชาชน ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่อาจทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

เมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาจากการเลือกตั้งของประชาชน การเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการของบัน คี มุน และฮิลลารี คลินตัน จึงเหมือนกับการตีตรารับประกันความชอบธรรมของรัฐบาล และเมื่อที่มาถูกต้อง ชอบธรรม การเสนอหรือให้ความช่วยเหลือจึงตามมาเป็นระลอก ไม่ปรากฏข่าวคราวการทบทวน หรือชะลอโครงการให้การช่วยเหลือ หรือความร่วมมือเพื่อเป็นการแสดงท่าทีตอบโต้ ที่มีที่มาไม่ชอบธรรมเหมือนในอดีต

อย่างไรก็ตาม ผู้นำนานาอารยประเทศจะให้การยอมรับก็เฉพาะแต่ความถูกต้องชอบธรรมในการมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับพฤติการณ์ การบริหารประเทศ อันเป็นเรื่องกิจการภายในและรัฐบาลต้องรับผิดชอบผลการกระทำนั้น ไม่ว่าจะเป็นในทางการเมือง หรือกฎหมาย อย่างเช่น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ การยื่นถอดถอน หรือแม้แต่เรื่องที่อาจส่งผลสะเทือนทางการเมืองอย่างรุนแรงต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเรื่อง พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ

เรื่องเหล่านี้เป็นวิถีทางการเมือง วิถีทางการเมืองที่หากจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก็ย่อมต้องอยู่ในครรลองของการเปลี่ยนแปลงภายใต้กติกาประชาธิปไตย ที่ไม่ว่าใครจะอยู่หรือไป ไม่ใช่เรื่องสำคัญ หากเป็นเจตจำนง เป็นการลงมติโดยประชาชน ที่นานาอารยประเทศให้การยอมรับ

ประทับตราที่มานั้นถูกต้องและชอบธรรม!!



++

คุยกับปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ : จับใจความสำคัญท่าทีของคลินตันต่อรัฐบาลพลเรือนของไทย
โดย พิณผกา งามสม ในเว็บไซต์ ประชาไท
Thu, 2011-11-17 15:26


สัมภาษณ์ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิจัยจากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาแห่งสิงคโปร์ ต่อกรณีการแถลงข่าวร่วมระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยซึ่งสาระสำคัญไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วมและการกู้สนามบินดอนเมือง


# อะไรเป็นสัญญาณที่น่าสนใจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐวานนี้

ผมคิดว่ามีทั้งหมด 5 เรื่อง เรื่องแรกคือรัฐบาลสหรัฐยืนอย่างเข้มแข็งอยู่เบื้องหลังรัฐบาลพลเรือนของไทย สอง คือสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลไทยในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันประชาธิปไตย สาม คือสนับสนุนให้ไทยเคารพในหลักของกฎหมายและหลักการปกครองที่ดี หรือ Good Governance สี่ คือสนับสนุนเรื่องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ห้า เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสมานฉันท์ด้านการเมือง ผมคิดว่านี่เป็นสาระที่สำคัญของรัฐบาลสหรัฐ

และที่สำคัญคือผมคิดว่าสหรัฐสหรัฐเริ่มเข้าใจการเมืองไทยมากขึ้นในแง่ที่ว่า ที่ผ่านมา 20-30 ปีที่ผ่านมา ความสนใจของสหรัฐอยู่ที่การคงไว้ซึ่งมิตรภาพที่มีอยู่กับกองทัพและสถาบันอื่นๆ รวมถึงสถาบันกษัตริย์ด้วย แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยที่ผ่านมาทำให้สหรัฐต้องเปลี่ยนจุดยืน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยได้ และผมคิดว่าสหรัฐปรับตัวช้าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น จีน เป็นต้น แต่ปรับตัวช้าก็ยังดีกว่าไม่ปรับตัวเลย


# อาจารย์เคยให้สัมภาษณ์กับประชาไท เมื่อหลายเดือนมาแล้วว่าสหรัฐได้ข้อมูลที่ช้าไม่อัพเดท ท่าทีของฮิลลารี คลินตันครั้งนี้น่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงในด้านการรับข้อมูลข่าวสารด้วยหรือเปล่า

ผมคิดว่าส่วนหนึ่งอาจจะใช่ เพราะมีการเปลี่ยนตัวของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเทพฯ ด้วย และตั้งแต่การเปลี่ยนตัว ทูตคริสตี้ (เคนนีย์) ก็ออกมาแสดงบทบาททางการเมืองของไทยค่อนข้างมาก มีการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสถานทูตกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผมคิดว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ

อีกส่วนหนึ่งคือ เคิร์ท แคมพ์เบล มาเมืองไทยเมื่อก่อนที่จะมีการสลายการชุมนุม และอยากพบกับผู้นำคนเสื้อแดง ผมคิดว่านั่นก็เป็นสัญญาณที่สำคัญว่าสหรัฐอยากจะรู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น และผมคิดว่ามีตัวแปรหลายอย่างเช่น ความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เช่น สิ่งที่เกิดในอินโดนีเซีย หรือพม่า ฉะนั้น สหรัฐต้องกลับมาเน้นบทบาทนี้เหมือนเดิม คือ สนับสนุนประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

อีกเรื่องที่สำคัญคือจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองในสหรัฐเอง


# สหรัฐกังวลกับการที่จีน เข้ามามีบทบาทมากขึ้นด้วย

แน่นอน แน่นอนมาก ในแง่ของภูมิภาค เราต้องเข้าใจว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มันเป็นภูมิภาคที่อยู่ใต้อิทธิพลจีนมานานนับเป็นพันปีแม้ในปัจจุบันด้วยความใกล้ชิดกันด้านภูมิศาสตร์ เราบอกได้เลยว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเหมือนสนามหลังบ้านของจีน

สหรัฐเองก็รู้สึกยากที่จะเข้าถึง แต่บทบาทก็ต้องเปลี่ยนไปเพราะจีนแผ่บทบาทมากเลย ในส่วนของไทยเองจีนก็เข้ามามีบทบาทอย่างมากในเมืองไทย ไม่ว่าจะช่วงวิกฤตการเมืองหรือวิกฤตน้ำท่วมก็ตาม แล้วจีนมีบทบาทสำคัญ คือไม่ได้เข้ามาเล่นกับการเมืองโดยตรง คือจีนคบได้กับทุกคนในเมืองไทย แต่สหรัฐมีข้อบกพร่องอย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ประชาไทไป นี่เป็นจุดสำคัญที่สหรัฐต้องกลับเข้ามาเพื่อมาสร้างความสัมพันธ์ด้านยุทธศาสตร์ที่มีต่อไทยให้เข้มแข็งมากขึ้น


# วิธีพูดของคลินตันเมือวาน เป็นเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญมากแค่ไหน เพราะที่ผ่านสหรัฐให้ความสำคัญกับตัวเล่นทางการเมืองกลุ่มหนึ่ง แต่ท่าทีเมื่อวานเหมือนเป็นการย้ำว่ากำลังจะเปลี่ยนตัวผู้ที่สหรัฐกำลังจะให้การสนับสนุน

ผมก็ผิดหวังมากที่สื่อไทยไม่ได้ลงในรายละเอียดที่คลินตันพูด อาจจะเป็นเพราะสื่อนั้นทำรับใช้คนบางกลุ่ม ก็เลยไม่อยากพูดถึงประเด็นนี้ ผมคิดว่ามีความสำคัญ คือความสำคัญมีหลายๆ ด้าน ในแง่ของระดับรัฐมนตรีต่างประเทศมาเยือนไทยเอง และคนนี้ก็เป็นอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง และเขามาเยือนไม่กี่ประเทศและเลือกมาไทย มันก็มีนัยยะสำคัญ

การมานั้นส่งสัญญาณหลายอย่าง สำคัญที่สุดก็คือ การให้ความชอบธรรมต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และคลินตันเองก็ดีเฟนด์ให้ยิ่งลักษณ์หลายเรื่อง ดีเฟนด์กระทั่งว่ายิ่งลักษณ์ไม่ไปปรากฏตัวที่ฮาวายเพราะยิ่งลักษณ์ติดภารกิจ แต่เป็นสิ่งสำคัญมากที่ยิ่งลักษณ์จะต้องไปบาหลี ซึ่งเป็นการตีปลาหน้าไซ ถ้าหากใครจะโจมตียิ่งลักษณ์ว่าน้ำท่วมแล้วยังจะไปบาหลีอีก ผมคิดว่านี่จะช่วยได้เยอะมาก

# แต่เราก็อาจจะพูดได้ว่าสหัฐตอนนี้มีสถานภาพง่อนแง่น และตามปกติ ขณะที่คลินตันเดินทางไปที่อื่น ก็พบปะและแถลงร่วมกับรมต. ต่างประเทศของประเทศนั้นๆ ไทยเองต่างหากที่ให้ความสำคัญกับสหรัฐมากเกินไป

ผมว่านั่นไม่ใช่ประเด็นเลย เพราะแม้สหรัฐจะง่อนแง่น หรือลดบทบาทลงมา แต่สหรัฐเองก็ยังเป็นประเทศมหาอำนาจ เป็นซูปเปอร์พาวเวอร์ ไม่มีใครปฏิเสธความจริงได้ และที่สำคัญคือไทยให้ความสำคัญกับสหรัฐโดยตลอด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐมาเยือนไทยก็ต้องได้พบกับนายกอยู่แล้ว มันไม่ได้หมายความว่าเราไปให้ความสำคัญกับสหรัฐจนเกินเหตุ ผมว่าไม่ใช่

ถ้ามองในแง่การเมือง ธรรมเนียมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็คงต้องหาโอกาสในการสร้างประเด็นทางการเมืองของตัวเอง และมีผู้นำระดับสูงขนาดนี้มาก็ต้องใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ แต่ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องผิด


# ยิ่งลักษณ์เมื่อวานได้คะแนนไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่