http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย

2554-11-29

นิติธรรม (1), ชาตินิยมกับชาติพันธุ์นิยม โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

.


นิติธรรม
โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
ในมติชน ออนไลน์ วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 21:30:00 น.


ผมไม่ทราบว่าอะไรคือนิติธรรม แต่พอจะทราบว่าอะไรไม่ใช่นิติธรรม

นิติในคำนิติธรรม ไม่น่าจะหมายถึงกฎหมายหรือกระบวนการของกฎหมาย ไม่อย่างนั้นกฎหมายและกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดภายใต้ฮิตเลอร์หรือสตาลิน ย่อมเป็นนิติธรรมทั้งสิ้น กฎหมายที่ไม่เป็นนิติธรรมก็มี กระบวนการทางกฎหมายที่ไม่เป็นนิติธรรมก็มี และด้วยเหตุดังนั้น คำพิพากษาที่ไม่เป็นนิติธรรมก็ย่อมมีเหมือนกัน

ที่สัมพันธ์สืบเนื่องกับข้อสรุปอันแรกก็คือ นิติธรรมย่อมเปลี่ยนไปได้ตามยุคสมัยและสังคม การถือว่าภรรยาเป็นสมบัติของสามีก็ตาม การเอาคนเป็นทาสก็ตาม การเอาลูกหนี้ไปใส่ขื่อคาเพื่อเรียกหนี้ก็ตาม ฯลฯ ไม่เป็นนิติธรรมในสมัยนี้แน่ แต่คงเป็นนิติธรรมในเมืองไทยสมัยโบราณ เพราะสอดคล้องกับอุดมคติของระเบียบสังคมที่คนสมัยนั้นถือว่าดี

บนอุดมคติใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสังคมเชิงประชาธิปไตย ซึ่งคนไทยจำนวนมาก (ผมไม่ทราบว่าเป็นข้างมากหรือไม่) ใฝ่ฝันอยู่ สิ่งที่เป็นนิติธรรมในยุคสมัยนี้ย่อมเปลี่ยนไป อย่างไรเสียก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ จะต้องนำเอามิติของประชาธิปไตย มาร่วมในการวินิจฉัยว่าอะไรเป็นหรือไม่เป็นนิติธรรม

บัดนี้ก็ประจักษ์ชัดแล้วว่า ร่าง พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ ที่รัฐบาลเสนอในวาระฉลองพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ไม่ได้มีอะไรหมกเม็ดเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับพระราชทานอภัยโทษด้วย อย่างที่ คุณเฉลิม อยู่บำรุง กล่าวว่า แม้มีเจตนาจะช่วยคุณทักษิณ แต่ก็ไม่โง่พอที่จะทำอย่างนี้ เพราะหากคุณทักษิณ กลับบ้าน ก็จะถูกจับกุมในคดีอื่นๆ ที่ยังค้างอยู่อีก 4 คดี


ปัญหาเรื่องนิติธรรมในโลกยุคปัจจุบันก็คือ การกล่าวหาผู้อื่นถึงกับปลุกระดมคนขึ้นมาเคลื่อนไหว จนถึงบางคนเรียกร้องให้นายกฯลาออกบ้าง ให้ทหารยึดอำนาจเสียบ้างนั้น อาจกระทำได้โดยไม่ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง อาศัยเพียงการคิดเอาเอง คาดเดาเอาเองตามจริตของตน ยังจะทำให้คนเหล่านี้เรียกร้อง "นิติธรรม" จากคนอื่นได้อยู่อีกหรือ

ประชาธิปไตยในโลกปัจจุบันนั้น ทำงานได้ด้วยข้อมูลข่าวสารที่ทุกฝ่ายสามารถรับได้อย่างเท่าเทียมกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่า สังคมไทยยังไม่บรรลุความเท่าเทียมในการรับรู้ข่าวสารข้อมูล ฉะนั้น การปั้นข้อมูลเท็จไปปลุกระดมจึงเป็นมหันตภัยของประชาธิปไตยไทย เพราะจะมีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งที่พร้อมจะรับข้อมูลที่อ้างว่าเป็น "ภายใน" ของผู้ให้ เพราะทำให้ตัวรู้สึกว่าได้อำนาจจากความรู้นั้น จึงพร้อมจะใช้อำนาจที่ได้มาอย่างไม่ยั้งคิด จนตกเป็นเครื่องมือของนักปั้นข้อมูลเท็จ

ผมแน่ใจว่าการกล่าวหาผู้อื่นอย่างเลื่อนลอยเช่นนี้ ไม่ใช่นิติธรรมแน่

แต่ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวทุกกลุ่ม ต่างอ้าง "นิติธรรม" อยู่เป็นนิตย์ว่า หากคุณทักษิณได้รับการอภัยโทษ โดยยังไม่เคยรับโทษเลย ซ้ำไม่เคยแสดงให้เห็นว่าสำนึกผิด อำนาจตุลาการย่อมสั่นคลอน และทำลายระบอบ "นิติธรรม" ของบ้านเมือง

บางคนในกลุ่มเหล่านี้ ร่วมก่อการรัฐประหารกับกองทัพใน พ.ศ.2549 ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อันเป็นที่มาของกระบวนการทางกฎหมายซึ่งเพิ่งสถาปนาขึ้นจากอำนาจรัฐประหาร จนเป็นเหตุให้คุณทักษิณถูกฟ้องร้องในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จนต้องคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี

การรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คือนิติธรรมหรือ?

บางคนในกลุ่มเหล่านี้เคยเป็นสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งคณะรัฐประหารตั้งขึ้น อันเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทางกฎหมายที่เอาคุณทักษิณเข้าคุก กระบวนการทางกฎหมายที่เริ่มจากอำนาจเถื่อนเช่นนี้ เป็นนิติธรรมหรือ?

อีกบางคนเป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหารอย่างออกหน้า (และอาจมีส่วนร่วมเป็นเครื่องมือในการสร้างบรรยากาศที่กองทัพสามารถอ้างไปก่อรัฐประหารได้ แต่ข้อนี้ผมไม่มีหลักฐานยืนยัน เพียงแต่หลักฐานแวดล้อม-circumstantial evidence-ชี้ให้เห็นชัดเท่านั้น) การกระทำเช่นนี้ ถือว่ากอปรด้วยนิติธรรมแล้วหรือ?

เราไม่อาจยกกฎหมาย, ยกคำพิพากษา, ยกพฤติกรรมของคน, ยกกระบวนการทางกฎหมาย อย่างโดดๆ ขึ้นมาชี้ว่าอะไรเป็นหรือไม่เป็นนิติธรรมได้ เพราะทุกอย่างเหล่านั้น ล้วนมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น กฎหมายนั้นมีที่มาอย่างไร กระบวนการฟ้องร้องมีที่มาอย่างไร คำพิพากษามีที่มาอย่างไร การหลบหนีมีที่มาอย่างไร จะชอบหรือไม่ชอบด้วยนิติธรรมจึงสัมพันธ์กับที่มา ที่ไปทั้งหมด ไม่ใช่การกระทำหรือไม่กระทำโดดๆ ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ดังนั้น แม้ผมไม่ทราบว่านิติธรรมคืออะไร แต่ผมค่อนข้างจะแน่ใจเสียแล้วว่า นิติธรรมนั้นเป็น "กระบวนการ" ในตัวของมันเอง ผู้รู้ท่านใดก็ตามที่นิยามนิติธรรมให้หมายถึงอะไรโดดๆ โดยไม่สัมพันธ์กับส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเลย ผมก็ออกจะสงสัยว่าผิด


ยังมีสิ่งที่ผมงงๆ เกี่ยวกับนิติธรรมในโลกยุคปัจจุบันอีกเรื่องหนึ่ง และส่วนหนึ่งของความงงนี้สัมพันธ์กับการพระราชทานอภัยโทษด้วย

พรรค พท.หาเสียงด้วยคำสัญญาอย่างชัดแจ้งว่า จะนำคุณทักษิณกลับบ้าน และพรรค พท.ได้คะแนนเสียง 15 ล้านจนจัดตั้งรัฐบาลได้ ผมไม่อาจอ้างได้ว่า มี "ประชามติ" ชัดเจนจากประชาชนแล้วว่า ให้นำ คุณทักษิณกลับบ้าน เพราะคงมีหลายคนใน 15 ล้านนั้นที่เลือก พท.โดยไม่เกี่ยวกับคุณทักษิณเลย อย่างน้อยประเด็นนี้ไม่เคยถูกนำไปให้ออกเสียงลงประชามติอย่างจริงจัง จึงไม่ควรด่วนสรุปง่ายๆ เช่นนั้น

อีกทั้งการนำคุณทักษิณกลับบ้าน ก็ยังขึ้นอยู่กับว่าจะนำกลับมาอย่างไร วิธีการมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเป้าหมาย หากให้ทหารยึดอำนาจใหม่ แล้วมีประกาศ (ที่กลายเป็นกฎหมายถาวรใน "นิติธรรม" แบบที่เราเคยชิน) ยกเว้นโทษที่ผ่านมาทุกชนิดของคุณทักษิณ ผมก็จะเป็นคนหนึ่งที่ออกมาต่อต้านคณะรัฐประหารชุดนั้น และผมเชื่อว่าจะมีอีกหลายคนที่ทำอย่างเดียวกัน

ดังนั้น สมมุติให้คะแนนเสียงของ พท.เป็นประชามติ ก็ยังมีปัญหาอยู่อีกว่า การพระราชทานอภัยโทษไม่ใช่วิธีการที่อยู่ในประชามตินั้น จึงอาจไม่ชอบด้วยนิติธรรมได้อีก

คราวนี้สมมุติอีกทีว่า การนำคุณทักษิณกลับบ้าน ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งระบุไว้แน่ชัดเป็นญัตติของการลงประชามติ แล้วประชาชนเสียงข้างมาก ก็แสดงความเห็นด้วยกับประชามตินั้น รัฐบาลจึงออกกฎหมายผ่านสภาและทูลเกล้าฯถวายให้ลงพระปรมาภิไธย ถามว่ารัฐบาลได้ละเมิดพระราชอำนาจหรือไม่? และยังมีพระราชอำนาจที่จะทร