http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย

2555-05-03

พิศณุ: ความทะเยอทะยานทำให้อายุสั้น, ฯสั้น-ยาวของชีวิตสมรส, ฯออสการ์และการหย่าร้าง, พิธีแต่งงานที่มีผู้ชม 1,000 ล้านคน

.

พิศณุ นิลกลัด : ความทะเยอทะยานทำให้อายุสั้น
จากมติชน ออนไลน์ วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 21:38:00 น.


มีรายงานจากการสำรวจของคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยนอร์ตเทรอะ แดม (University of Notre Dame) สหรัฐอเมริกาพบว่าคนอเมริกันที่มีความทะเยอทะยานสูง มีอายุสั้น และไม่มีความสุขกับชีวิตเท่าใดนัก
คณะผู้ศึกษาเก็บข้อมูลชีวิตของคนอเมริกันที่มีศักยภาพสูง มีหน้าที่การงานดีจำนวน 717 คน โดยเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 1922 ในขณะที่กลุ่มผู้ถูกสำรวจยังเป็นเด็ก หลังจากนั้น ติดตามศึกษา วิเคราะห์คนเหล่านี้ไปตลอดจนกระทั่งอายุ 70 ปี (หากยังมีชีวิตอยู่)

คณะผู้ศึกษาสัมภาษณ์กลุ่มผู้ถูกสำรวจตั้งแต่ตอนเด็กและถามผู้ปกครองด้วยถึงระดับความทะเยอทะยาน (ambitious) ในชีวิต
จากนั้นในช่วงวัย 55 ปี ถือเป็นวัยที่อาชีพการงานเดินทางมาถึงจุดสูงสุดในชีวิต คณะผู้ศึกษาได้สอบถามกลุ่มผู้ถูกสำรวจว่ามีความพอใจกับชีวิตเพียงใด โดยแบ่งความพอใจออกเป็น 5 ด้าน คือ อาชีพการงาน, ชีวิตครอบครัว, กิจกรรมผ่อนคลายในชีวิต, สุขภาพ และความสุขในชีวิต

กลุ่มผู้ถูกสำรวจทั้ง 717 คน ส่วนหนึ่งเป็นคนมีสติปัญญาสูงกว่าคนทั่วไป ได้เกรดดีในการเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เช่น ฮาร์วาร์ด, เยล, พรินซ์ตัน และออกซ์ฟอร์ด เมื่อจบออกมามีหน้าที่การงานดี เช่น เป็นแพทย์ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
และอีกส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้สำรวจเป็นผู้ที่ไม่ได้จบมหาวิทยาลัย เรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ประสบความสำเร็จในชีวิตในระดับปานกลาง


จากการศึกษาพบว่าผู้ที่มีความทะเยอทะยานตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นจะประสบความสำเร็จในด้านการเงิน ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ทำงานในอาชีพที่ได้รับเงินเดือนสูง 
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูถึงความสุขและการมีอายุยืนซึ่งถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของชีวิต พบว่าคนที่มีความทะเยอทะยานสูง และมีเงินมากกลับไม่มีความสุขและมีอายุไม่ค่อยยืน 

คนที่มีความทะเยอทะยานสูง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเงินน่าจะมีความสุขกับความสำเร็จที่ตัวเองมี
แต่จากการศึกษากลับพบว่าคนเหล่านี้มีความสุขกว่าคนที่ขี้เกียจ ไม่มีความทะเยอทะยานในชีวิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และมีอายุขัยใกล้เคียงกัน

การที่คนที่มีความทะเยอทะยานสูง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีเงิน แต่ไม่มีความสุขนั้น คณะผู้ศึกษาวิเคราะห์ว่าคนเหล่านี้เมื่อทำสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้สำเร็จ ก็ตั้งเป้าหมายสูงขึ้นไปอีก ทำให้ไม่เคยรู้สึกพอใจในความสำเร็จของตัวเองสักที 
นอกจากนี้ ยังพบว่าในกลุ่มผู้ที่ถูกสำรวจที่จัดอยู่ในประเภทมีความทะเยอทะยานสูงสุดนั้น มีอัตราการตายสูงกว่าคนที่มีความทะเยอทะยานต่ำกว่าถึง 15.5 เปอร์เซ็นต์ โดยเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่มีความทะเยอทะยานสูงมากแต่ไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน คาดว่าเป็นเพราะความผิดหวังจึงทำให้อายุสั้น
คณะผู้ศึกษาแนะนำว่าความทะเยอทะยานเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องรู้จักพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี ความสำเร็จไม่ได้อยู่ในรูปของการมีเงินทองมากมายแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาจากการมีครอบครัวที่อบอุ่น มีเพื่อนฝูงที่รักใคร่และมีความสัมพันธ์ที่ดี



เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีรายงานผลการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น โดยคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยคิตะซาโตะ (Kitasato University) พบว่าผู้ชายญี่ปุ่นที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ และผู้ชายที่มีหน้าที่การงานดี มีอัตราเสี่ยงในการเสียชีวิตก่อนถึงวัย 60 ปี สูงกว่าผู้ชายญี่ปุ่นที่ทำงานเป็นเสมียน, เซลส์ขายของ, พนักงานรักษาความปลอดภัย, คนทำงานด้านการบริการ, ชาวไร่, ชาวนา, คนโรงงาน หรือคนขับรถ โดยมีอัตราเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงกว่าผู้ชายที่ทำงานธรรมดาๆ ถึง 1.7 เท่า

จากการศึกษาใบมรณบัตรของชายญี่ปุ่นระหว่างปี 1980 ถึง 2005 พบว่าคนที่ทำงานมีตำแหน่งผู้จัดการหรือมีหน้าที่การงานดีจำนวนไม่น้อยตายจากการเป็นมะเร็ง เส้นโลหิตในสมองแตก โรคหัวใจ 
คาดว่าเป็นเพราะคนเหล่านี้ให้ความสำคัญกับงานมากกว่าสุขภาพตัวเอง เวลาเจ็บป่วยไม่เข้าโรงพยาบาล กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคร้ายก็สายเกินไป นอกจากนี้ อัตราการฆ่าตัวตายของคนที่มีหน้าที่การงานดีก็สูงกว่า

การดำเนินชีวิตด้วยความพอดีและพอเพียงจึงเป็นสิ่งที่มนุษย์ทั้งโลกพึงยึดเป็นแนวทางปฏิบัติ



++

สูตรคำนวณความสั้น-ยาว ของชีวิตสมรส
โดย พิศณุ นิลกลัด คอลัมน์ คลุกวงใน
ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1653 หน้า 96


วันที่ 29 เมษายนที่จะถึงนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปีการอภิเษกสมรสระหว่างดัชเชสเคทกับเจ้าชายวิลเลียม
ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาดัชเชสเคทวางตัวดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้เป็นที่รักของประชาชน ได้รับคำชมในเรื่องมารยาททางสังคม การวางตัวเป็นธรรมชาติ รวมถึงการแต่งตัวที่สุภาพเรียบร้อย ทำให้คนลงความเห็นตรงกันว่าเจ้าชายวิลเลียมเลือกไม่ผิดคน

แม้แต่นักคณิตศาตร์ยังให้ความเห็นว่าดัชเชสเคทกับเจ้าชายวิลเลียมจะอยู่ด้วยกันยืดอย่างน้อย 15 ปี โดยใช้ทฤษฎีการคำนวณที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อคำนวณชีวิตแต่งงานของคนดังโดยเฉพาะ-ว่าจะไปกันรอดหรือไม่ 
ทฤษฎีการคำนวณนี้มีชื่อเต็มว่า Sundem/Tierney Unified Celebrity Theory คิดค้นขึ้นเมื่อปี 2006 โดย จอห์น เทียร์นีย์ (John Tierney) นักเขียนคอลัมน์วิทยาศาสตร์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ กับ การ์ธ ซันเด็ม (Garth Sundem) นักคณิตศาสตร์ที่ใช้ความรู้ด้านการคำนวณมาวิเคราะห์พฤติกรรมของคนในสังคม

เมื่อ 6 ปีก่อนจากการคำนวณตามทฤษฎีซันเด็มและเทียร์รี ได้พยากรณ์ว่าคู่รักดาราที่จะไปด้วยกันไม่รอดนั้นคือ เดมี่ มัวร์ กับ แอชตัน คูเชอร์, บริตนีย์ สเปียร์ส กับเควิน เฟเดอร์ไลน์ และ คิด ร็อก กับ พาเมล่า แอนเดอสัน  
ซึ่งผลปรากฏว่าทำนายถูกเผง
นอกจากนี้ ก็ยังทำนายว่าชีวิตแต่งงานของ วิลล์ สมิธ กับ เจดา พิงเค็ตต์ จะไม่รอดถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาสองคนนี้ก็มีข่าวระหองระแหงอยู่เรื่อยๆ
ส่วนคู่แต่งงานที่ซันเด็มและเทียร์นี่ย์ทำนายไว้เมื่อ 6 ปีก่อนว่าจะอยู่ด้วยกันยืดก็คือ เบ็น แอฟเฟล็ก กับ เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ ที่เพิ่งให้กำเนิดลูกคนที่ 3 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยแต่งงานกันมา 7 ปีแล้ว 
อีกคู่หนึ่งคือ แมต เดม่อน กับ ลูเซียน่า บาร์รอสโซ่ สาวชาวอาร์เจนตินา แต่งงานมา 7 ปี มีลูก 3 คน เหมือนกับ เบ็น แอฟเฟล็ก ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน 
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา เทียร์นีย์ได้เขียนลงนิวยอร์ก ไทม์ ฟันธงว่าดัชเชสเคท กับเจ้าชายวิลเลียมจะครองรักยาวนาน มีโอกาสสูงถึง 71 เปอร์เซ็นต์ที่จะได้ฉลองวันครบรอบอภิเษกสมรส 15 ปี



ถามว่าทฤษฎีการคำนวณชีวิตแต่งงานของคนดังว่าจะอยู่รอดหรือไม่ดูองค์ประกอบอะไรบ้าง? ซันเด็มและเทียร์นีย์ บอกว่ามีองค์ประกอบหลายอย่างที่ใช้คำนวณ
โดยหลักๆ มีดังต่อไปนี้

ระดับความดังของภรรยา พบว่าหากพิมพ์ชื่อภรรยาใน Google และเว็บเพจที่ขึ้นมามีแต่เรื่องซุบซิบนินทาของภรรยา โอกาสที่จะแยกทางก็มีสูง ทฤษฎีพบว่าระดับความดังในด้านลบของภรรยามีอิทธิพลต่อการหย่าร้างมากกว่าระดับความดังในด้านลบของสามี

ระดับความเซ็กซี่ของภรรยา เมื่อพิมพ์ชื่อภรรยาใน Google แล้วเว็บไซต์ 5 อันดับแรกมีแต่รูปภรรยานุ่งน้อย ห่มน้อย โอกาสที่จะไปไม่รอดก็มีสูง

ส่วนปัจจัยรองลงมาก็เช่น อายุรวมกันของทั้งสองคน หากผลรวมต่ำ การหย่าร้างจะสูง

ระยะเวลาที่เป็นแฟนกัน หากเป็นแฟนกันแป๊บเดียวแล้วแต่งงาน มักจะอยู่ด้วยกันแป๊บเดียวก็จะเลิกรา (ค้นหารายละเอียดของสูตรการคำนวณได้ที่ http://1.bp.blogspot.com/-Y88wl1XUfN4/T1-2f7_whKI/AAAAAAAARCY/OvqYbBg-32Y/s1600/Tierney450.gif )


ทำไมระดับความดังทางลบและระดับความเซ็กซี่ของภรรยาถึงมีความสำคัญกับการทำนายว่าคู่แต่งงานคนดังจะอยู่รอดหรือไม่รอด?
นักจิตวิทยาวิเคราะห์ว่าการที่ผู้หญิงชอบแต่งตัวเซ็กซี่แสดงว่าเป็นคนหลงตัวเอง ซึ่งเมื่อมีความมั่นใจสูงในความสวย ความเซ็กซี่ของตัวเอง ทำให้โอกาสนอกใจสามีสูงตามไปด้วย 
ในแวดวงคนดัง คนดังที่หลงตัวเอง อยากเป็นข่าว ก็ใช้เรื่องการนอกใจคู่ครองมาเป็นจุดขายให้ตัวเองมีข่าวดัง แถมสังคมก็ยังมีสองมาตรฐานในเรื่องของการนอกใจ โดยหากสามีเป็นฝ่ายนอกใจ ชีวิตแต่งงานมักจะไม่จบลงด้วยการหย่าร้างมากเท่ากับเวลาที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายนอกใจก่อน
สำหรับคู่รักคนดังที่ถูกทำนายว่าไม่น่าอยู่ถึงการฉลองแต่งงานครบรอบ 15 ปีก็คือ ทอม ครูซ กับ เคที่ ฮอล์ม และ โคลอี้ คาแดชเชี่ยน กับ ลามาร์ โอดม



ไหนๆ ก็เขียนถึงเรื่องการแต่งงาน ผมมีเรื่องเล่าต่ออีกหน่อย เป็นเรื่องขำบ้างเศร้าบ้าง 
เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ชีล่าส์ วีลส์ (Shiela"s Wheels) บริษัทประกันภัยของประเทศอังกฤษที่เน้นให้บริการภัยของผู้หญิง ได้ทำการสำรวจผู้หญิงและผู้ชายรวม 2,000 คน พบว่าผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 25 ปี จำนวน 62 เปอร์เซ็นต์จำวันครบรอบแต่งงานหรือวันที่พบแฟนเป็นครั้งแรกไม่ได้ ส่วนผู้ชายวัย 55 ปีขึ้นไปจำนวน 33 เปอร์เซ็นต์ จำวันครบรอบแต่งงานไม่ได้ 
ในทางตรงกันข้าม ผู้หญิง 63 เปอร์เซ็นต์ จำได้แม่นว่าวันครบรอบแต่งงานหรือวันที่ออกเดทกับแฟนเป็นครั้งแรกคือวันที่เท่าไหร่ มีผู้หญิงเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าจำวันครบรอบแต่งงานไม่ได้
ผู้หญิง 20 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าในวันครบรอบแต่งงาน ซื้อดอกไม้ให้ตัวเองเพราะสามีไม่โรแมนติกซะเลย ซึ่งผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 25 ปี จำนวน 75 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าแทบจะไม่เคยหรือไม่เคยซื้อดอกไม้ให้แฟนสาว หรือภรรยา

ผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 25 ปี จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าซื้อของขวัญวันครบรอบให้กับแฟนหรือภรรยาแบบไม่ได้ตั้งใจเลือก เรียกว่าซื้อตามหน้าที่ ไม่ได้ซื้อด้วยสติและหัวใจเหมือนสมัยจีบกันใหม่ๆ
อาการแบบนี้สงสัยผู้ชายทั่วโลกเป็นเหมือนกันหมด! 



++++

บทความของปีที่แล้ว 2554 

พิธีแต่งงานที่มีผู้ชม 1,000 ล้านคน
โดย พิศณุ นิลกลัด คอลัมน์ คลุกวงใน
ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 31 ฉบับที่ 1594 หน้า 96


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าชายวิลเลี่ยม และ เคท มิดเดิลตัน ได้ส่งการ์ดแต่งงานจำนวน 1,800 ใบ เชิญแขกร่วมงานอภิเษกสมรสซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 29 เมษายน ที่มหาวิหารเวสต์ มินสเตอร์ในกรุงลอนดอน 
ประมาณว่าจะมีผู้ชมพิธีอภิเษกสมรสทางโทรทัศน์ทั่วโลก 1,000 ล้านคน มากกว่าพิธีของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอาน่าเมื่อปี 198 ที่มีผู้ชมทางโทรทัศน์ 750 ล้านคน นับเป็นการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่มีผู้ชมมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

พิธีอภิเษกสมรสยังไม่ทันเริ่ม ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันแล้วว่าเจ้าชายวิลเลี่ยมกับเคทจะอยู่กันยืดหรือเปล่า
เจ้ามือรับพนันออนไลน์หลายเว็บไซต์เปิดรับพนันว่าคู่นี้จะหย่าหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาราชวงศ์อังกฤษไม่สมหวังเรื่องชีวิตแต่งงาน ลูกทั้งสี่คนของควีนอลิซาเบธมีเพียงเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่หย่าร้าง 
เว็บไซต์พนันออนไลน์ sportsbookpatrol.com ตั้งอัตราต่อรองออกมาแล้ว หย่าอยู่ที่ 6 ต่อ 5 ไม่หย่าอยู่ที่ 2 ต่อ 3

ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวิตคู่วิเคราะห์ว่าดูตามรูปการณ์ ชีวิตแต่งงานของเคทและเจ้าชายวิลเลี่ยมท่าจะอยู่กันยืดเพราะทั้งคู่ก็เป็นผู้ใหญ่ด้วยกันแล้ว เคทเพิ่งมีอายุครบ 29 ปีเมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา อายุมากกว่าเจ้าชายวิลเลี่ยม 5 เดือนที่จะมีอายุครบ 29 ปี ในวันที่ 21 มิถุนายน


ทั้งคู่พบรักกันตอนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์ แอนดรูว์ส คบกันมาแล้ว 8 ปี ก่อนตัดสินใจแต่งงาน เลิกกันไปแล้ว 1 ครั้ง หลังจากคบกัน 4 ปี แต่ก็หวนกลับมาคืนดีกันภายในไม่กี่เดือน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านความรักหลายคนเห็นว่าการที่คู่รักเลิกกันไปพักนึงแล้วกลับมาคืนดีกันใหม่นั้น ช่วยทำให้สัมพันธ์รักมั่นคงกว่าก่อน เพราะเมื่อห่างกัน ได้มีเวลาทบทวนถึงข้อดีของกันและกัน 
ต่างจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับเจ้าหญิงไดอาน่าที่ออกเดตกันเพียง 6 เดือน ก็หมั้นกัน ตอนนั้นเจ้าหญิงไดอาน่ามีอายุเพียง 19 ปี อ่อนกว่าเจ้าชายชาร์ลส์ ถึง 12 ปี ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน 11 ปีก็หย่า

ช่วงที่เคทเป็นแฟนเจ้าชายวิลเลี่ยมนานห้าหกปีนักข่าวอังกฤษก็ตั้งฉายาล้อเคทว่า เวที่ เคที่ (Waity Katie) เพราะรอมาหลายปีแล้วเจ้าชายวิลเลี่ยมไม่ขอแต่งงานสักที 
เจ้าชายวิลเลี่ยมเผยเหตุผลในวันประกาศหมั้นว่าทำไมถึงรอนานตั้ง 8 ปี กว่าจะขอหมั้นเคทได้น่าฟังและเป็นสุภาพบุรุษว่า เพราะต้องการให้โอกาสเคทได้สัมผัสด้วยตัวเองและมีเวลาได้ปรับตัว ถ้าตัดสินใจแต่งงานกับเจ้าชายวิลเลี่ยม แต่ถ้าหากรู้สึกว่าภาระหนักเกินกว่าจะรับไหว เคทจะได้มีเวลาถอนตัว 
ชีวิตของ เคท มิดเดิลตัน จะเปลี่ยนไปหลังแต่งงานกับเจ้าชายวิลเลี่ยม อย่างแรกที่เปลี่ยนทันทีคือชื่อที่ผู้คนเรียกเธอจากเคทจะเป็นเจ้าหญิงแคเธอรีน (PRINCESS CATHERINE) เวลาออกงานจะต้องเดินตามหลังเจ้าชายวิลเลี่ยม 1 ก้าว เช่นเดียวกับที่เจ้าชายฟิลลิปต้องเดินตามหลังควีนอลิซาเบธ 1 ก้าว เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้ว



หลังจากเจ้าชายวิลเลี่ยมเข้าพิธีอภิเษกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่วัย 26 ปี จะเป็นคนต่อไปที่ถูกจับตาว่าเมื่อไหร่จะแต่งงาน และกับสาวคนไหน
ช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมาเจ้าชายแฮร์รี่มีข่าวเดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกกับ เชลซี เดวี่ แฟนสาวชาวอังกฤษซึ่งเกิดที่ประเทศซิมบับเว
ตามกฏของราชวงศ์อังกฤษที่ยึดถือปฏิบัติมากว่า 300 ปี การที่เชื้อพระวงศ์จะแต่งงานต้องได้รับการอนุญาตจากคิงหรือควีนก่อน
เจ้าชายแฮร์รี่จะขอแต่งงานกับสาวได้ทุกศาสนา ยกเว้นโรมัน คาทอลิก ส่วนเชื้อชาตินั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสาวอังกฤษ
ดังนั้น สาวไทยก็มีโอกาส!



++++

บทความของปีที่แล้ว 2554 

ดาราหญิง รางวัลออสการ์ และการหย่าร้าง
โดย พิศณุ นิลกลัด คอลัมน์ คลุกวงใน
ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ปีที่ 31 ฉบับที่ 1593 หน้า 96


เมื่อปีที่แล้ว ช่วงก่อนการประกาศผลรางวัลออสการ์ ผมเขียนถึงอาถรรพ์รางวัลออสการ์ เอาไว้ว่ามีดาราหญิงหลายคนหลังจากได้รางวัลออสการ์ต่างมีปัญหาสารพัดอย่างทั้งปัญหางานแสดงน้อยลง ภาพยนตร์ที่ออกฉายล้มเหลว หรือมีปัญหาครอบครัวเลิกร้างกับคู่ชีวิต 

รีส วิทเธอร์สปูน, ฮิลลารี่ สแวงค์, แฮลลี่ เบร์รี่, เคท วินสเล็ท และ แซนดร้า บุลล็อค ต่างเลิกกับสามีเพียงไม่กี่วันหลังจากได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

ล่าสุดมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาอย่างจริงจังโดยคณะนักศึกษาปริญญาเอกของ โตรอนโต้ ยูนิเวอร์ซิตี้ (Toronto University) และ คาร์เนกี้ เมลลอน ยูนิเวอร์ซิตี้ (Carnegie Mellon University) ผลการศึกษาพิสูจน์ว่าอาถรรพ์รางวัลออสการ์ท่าจะมีจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ดาราหญิงที่ได้รางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม หรือสาขา Best Actress 
จากการศึกษาพบว่า ดาราหญิงที่แต่งงานแล้วที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยม ชีวิตคู่มีโอกาสจบลงด้วยการหย่าร้างมากกว่าดาราหญิงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงแต่ไม่ได้รับรางวัลถึง 63 เปอร์เซ็นต์ 
ข้อมูลบอกว่า เพียงแค่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการหย่าร้างแล้ว

จากข้อมูลที่รวบรวม 74 ปี ตั้งแต่ปี 1936 ถึง 2010 มีดาราหญิงและชายที่แต่งงานแล้วได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมรวม 751 คน เป็นดาราหญิงที่แต่งงานแล้ว 265 คน ซึ่งต่อมาจบชีวิตคู่ด้วยการหย่าร้างถึง 159 คน คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด
ดาราหญิงที่ได้รับรางวัลออสการ์เฉลี่ยแล้วจะหย่าร้างหลังจากได้รางวัล 4 ปี 3 เดือน ส่วนดาราหญิงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงแต่ไม่ได้รางวัล จะหย่าหลังจากงานออสการ์ 9 ปี 5 เดือน 
ตัวเลขของดาราหญิงต่างจากดาราชายที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงหรือได้รับรางวัลออสการ์ จากสถิติดาราชายจะหย่าจากภรรยาหลังจากได้รางวัลออสการ์ผ่านไปแล้ว 12 ปี



นักจิตวิทยามองว่า การที่นักแสดงหญิงที่ได้รับการเสนอชื่อหรือได้รับรางวัลออสการ์มีอัตราหย่าร้างสูงไม่ได้เป็นเรื่องของอาถรรพ์รางวัลออสการ์ แต่เป็นเรื่องที่มีคำอธิบาย เพราะผู้หญิงอาชีพอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จมากกว่าสามีในเรื่องหน้าที่การงานหรือการเงินต่างก็พบปัญหาหย่าร้าง ไม่ต่างจากดาราหญิงฮอลลีวูดที่ได้รับรางวัลออสการ์ 
คำอธิบายคืออยู่มาวันนึงภรรยาเกิดมีสถานภาพทางสังคมเปลี่ยนไป ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และเงินเดือนสูงขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันแม้ในทางบวก ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภรรยามีหน้าที่การงานก้าวหน้าสูงขึ้น แต่สามียังย่ำอยู่กับที่

หากมองในด้านสถานภาพทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นประเทศตะวันออกหรือตะวันตก ฝ่ายชายคือผู้นำ เป็นคนหารายได้หลักของครอบครัว ยิ่งสามีก้าวหน้าหาเงินเก่ง ภรรยาก็จะเคารพและเกรงใจ แต่หากภรรยาหาเงินได้มากกว่าสามี ฝ่ายชายก็จะเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เกิดความน้อยใจ คิดว่าตัวเองเริ่มหมดความสำคัญต่อครอบครัว 
ดังนั้น ฝ่ายหญิงควรแสดงความเอาใจใส่ยิ่งกว่าเก่าเพื่อให้สามีรู้สึกว่าตัวเขายังมีความสำคัญต่อครอบครัวเหมือนเดิม


ดาราหญิงหลายคนลืมที่จะขอบคุณสามีตอนขึ้นไปรับรางวัลออสการ์ อาจเป็นเพราะความตื่นเต้นเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางสายตาคนหลายร้อยล้านทั่วโลกบนเวที ทั้งยังมีผู้สนับสนุนหลักหลายคนที่ต้องขอบคุณไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับฯ ทีมงาน ฯลฯ จนลืมขอบคุณสามี 
ซึ่งในชีวิตจริงเมื่อภรรยาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้เลื่อนขั้นเงินเดือนขึ้น สิ่งที่ลืมไม่ได้คือการขอบคุณคู่ชีวิตที่อยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจยามที่ท้อถอย เหนื่อยล้ามีปัญหากับงาน 
นอกจากนั้น หลังจากได้รางวัลออสการ์มีงานเข้ามามากมาย อาจทำให้สามีน้อยใจว่าถูกลืม ภรรยาไม่มีเวลาให้ ไม่มีเวลาอยู่กับสามีหรือครอบครัวได้เต็มที่ 
แต่จริงๆ แล้วไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนต้องรู้จักวิธีจัดสรรเวลาให้กับสามี


ตอนนี้ นาตาลี พอร์ทแมน ดาราสาวที่เป็นตัวเก็งที่จะได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Black Swan ถูกจับตาว่าจะถูกอาถรรพ์รางวัลออสการ์ทำให้ต้องเลิกกับคู่หมั้นที่เธอเพิ่งประกาศหมั้นพร้อมกับประกาศตั้งครรภ์เมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้วหรือไม่
ผมชอบ นาตาลี พอร์ทแมน ตั้งแต่เธอแสดงเรื่อง The Professional หรือนักฆ่า ลีออง ตอนนั้นแม้เธอจะมีอายุเพียง 13 ปี แต่เป็นดาราเด็กที่แสดงหนังชีวิตได้เก่งกาจสมจริง 
ปัจจุบัน นาตาลี พอร์ทแมน อายุ 29 ปี อยู่ในวงการบันเทิงมาเกินครึ่งชีวิตแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยมีข่าวคราวเสียหายเหมือนดาราเด็กส่วนใหญ่ นาตาลีเรียนหนังสือจบปริญญาตรีคณะจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และร่วมงานการกุศลเป็นประจำ

หากปีนี้ นาตาลี พอร์ทแมน ได้รางวัลออสการ์ ผมขอเอาใจช่วยให้เธอมีครอบครัวที่สมบูรณ์อบอุ่น ไม่จบลงด้วยการแยกทางเหมือนกับดาราสาวรุ่นก่อนๆ หลายคนที่ได้รับรางวัล 
งานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 83 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่นครลอส แองเจลิส ตรงกับเช้าวันจันทร์บ้านเรา มีถ่ายทอดสดทางทรู วิชั่นส์ครับ



.