http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย

2555-04-24

ใจ: ทักษิณจับมือกับทหารบนซากศพวีรชนแล้วเล่นละครค้านพรรคประชาธิปัตย์

.
โพสต์เพิ่ม - "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" ชี้ ครม.ดำหัวเปรมคือ "ส่งเสริมการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง"

______________________________________________________________________________________________________

ใจ อึ๊งภากรณ์: ทักษิณจับมือกับทหารบนซากศพวีรชนแล้วเล่นละครค้านพรรคประชาธิปัตย์ 
ใน www.prachatai.com/journal/2012/04/40163 . . Sat, 2012-04-21 16:06


 ใจ อึ๊งภากรณ์

ในบทสัมภาษณ์ทักษิณ โดยจอม เพชรประดับ ในวันที่ 17 เมษายนปีนี้ที่เขมร ทักษิณยืนยัน (ในนาทีที่ 7) ว่า “คนที่ฆ่าคน 91 ศพไม่ต้องเข้าคุก” แค่คำพูดสั้นๆ อันนี้เป็นการหักหลังวีรชนเสื้อแดงที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตย และเป็นการถุยน้ำลายใส่คนเสื้อแดงที่ติดคุก แต่เสื้อแดงก้าวหน้าคงไม่แปลกใจเพราะเรารู้มานานแล้วว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มีทักษิณเป็นที่ปรึกษา มีข้อตกลงกับทหารอำมาตย์ตั้งแต่การเลือกตั้งปีที่แล้ว ข้อตกลงนี้เห็นชัดจากการที่รัฐบาลเร่งใช้กฎหมาย 112 เพื่อปิดปากคนก้าวหน้าอย่างบ้าคลั่ง และไม่ดำเนินเรื่องอะไรทั้งสิ้นในการจับฆาตกรจากปี ๒๕๕๓ มาขึ้นศาล ฆาตกรดังกล่าวคือ ประยุทธ์ อนุพงษ์ อภิสิทธิ์ และสุเทพ พร้อมกันนั้นเราเห็นภาพยิ่งลักษณ์กอดคอกับประยุทธ์และอ่อนน้อมต่อเปรม ในกรณีเปรม ซึ่งเคยโดนทักษิณ นักการเมืองเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ด่าแล้วด่าอีก ตอนนี้ทักษิณกลับลำพูดว่า “เปรมไม่เคยยุ่งการเมือง” (ดูประมาณนาทีที่ 11 ในวิดีโอ)


การไม่ยอมนำฆาตกรของรัฐอำมาตย์มาขึ้นศาลในกรณีที่ส่งทหารสไนเปอร์ไปฆ่าคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์และผ่านฟ้า เป็นการผลิตซ้ำวัฒนธรรมเลวทรามของอำมาตย์ไทยที่ฆ่าประชาชนมือเปล่าในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๖ ตุลา พฤษภา ๓๕ และตากใบ ๔๗ แล้วลอยนวลเสมอ มันเป็นการผลิตซ้ำ “สิทธิ” อันไร้ความชอบธรรมของทหารที่จะแทรกแซงการเมืองต่อไปอีกนาน มันตรงข้ามกับกระแส “นิติราษฎร์” และกระแสปฏิรูปกฎหมายอำมาตย์ 112 ที่หวังสร้างสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย และเราไม่ควรลืมว่าทักษิณเองน่าจะถูกลงโทษในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีตอนที่ชายมือเปล่าจำนวนมากโดนทหารและตำรวจฆ่าที่ตากใบในภาคใต้

เป้าหมายหลักของทักษิณและเพื่อไทยคือการกลับไปสู่ความ “ปกติ” ของระบบอำมาตย์ที่มีการเลือกตั้งเป็นฉากบังหน้า และมีลัทธิ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไว้ให้ความชอบธรรมกับความโลภและความชั่วทุกอย่างของชนชั้นปกครอง ทักษิณและพรรคพวกเป็นคนจงรักภักดีมาตั้งแต่แรก และไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป้าหมายสำคัญอีกอันคือการกลับสู่ประเทศไทยของทักษิณ ทักษิณพูดว่าหวังจะได้กลับในปี “มหามงคล” และทั้งหมดนี้กระทำบนซากศพวีรชนเสื้อแดง พร้อมกับถุยน้ำลายใส่นักโทษการเมือง โดยเฉพาะนักโทษ 112

ในขณะที่ทักษิณและเพื่อไทยกอดคอกับทหาร มีการเล่นละครรัฐสภา เพื่อสร้างภาพความขัดแย้งระหว่างเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยหวังว่าคนเสื้อแดงจะลืมอาชญากรรมของทหาร และทักษิณโกหกสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของวิกฤตการเมืองไทยว่าเป็นแค่ “ความขัดแย้งระหว่างสองพรรคการเมืองและผู้ที่สนับสนุน” (ดูวิดีโอนาทีที่ 11) แต่วิกฤตไทยนำไปสู่การแบ่งขั้วอย่างรุนแรงระหว่างคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยและอยากเห็นเสรีภาพ กับฝ่ายที่สนับสนุนอำมาตย์และระบบกึ่งเผด็จการกึ่งเลือกตั้ง ทักษิณโกหกอีกว่าชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา “แสดงว่าประชาชนต้องการการปรองดอง” และทักษิณตีความต่อไปอย่างตอแหลว่า ประชาชนต้องการการปรองดองที่ไม่นำทหารและนักการเมืองที่ฆ่าเสื้อแดงเข้าคุก


เราจะสังเกตเห็นว่าคนเสื้อแดงที่ชื่นชมยิ่งลักษณ์เหลือเกิน มักด่าแต่อภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ แต่ไม่ด่าทหาร... ประยุทธ์ อนุพงษ์ หรือแม้แต่เปรม ก็เพราะตอนนี้ทักษิณ และเพื่อไทย จับมือปรองดองกับทหารแล้ว และแกล้งเล่นละครคัดค้านประชาธิปัตย์เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น แต่ที่สำคัญคือพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีอำนาจอะไร เป็นแค่หุ่นหรือของเล่นของทหารอำมาตย์เท่านั้นเอง

การที่ นปช. มัดตัวเข้าไปใกล้ชิดกับรัฐบาลเพื่อไทย จนกลายเป็นแค่กองเชียร์ให้รัฐบาล และเสนอแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในการแก้รัฐธรรมนูญ ในขณะที่มีการมองข้ามประเด็นใหญ่ในสังคม เช่น 112 ทำให้ นปช. หมดสภาพในการเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่อิสระ ดังนั้นบทบาท นปช. ตอนนี้คือการสลายและสกัดกั้นไม่ให้เสื้อแดงเคลื่อนไหวอย่างเดียว

นี่คือสาเหตุที่คนเสื้อแดงก้าวหน้าทุกคนต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดตั้งองค์กรที่อิสระจาก นปช. และเพื่อไทย แค่เครือข่ายหลวมๆ จะไม่พอกับภาระอันยิ่งใหญ่ในการปลดแอกประเทศไทยจากอำมาตย์



+++

"สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" ชี้ ครม.ดำหัวเปรมคือ "ส่งเสริมการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง"
เรียบเรียงจาก www.prachatai.com/journal/2012/04/40183 . . Sun, 2012-04-22 23:57


"พะจุณณ์" เผย "เปรม" รู้แล้วยิ่งลักษณ์จะมารดน้ำ 26 เม.ย.
ขณะเดียวกัน มติชนออนไลน์ รายงานวันนี้ (22 เม.ย.) ว่า พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษและนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กล่าวว่า วันที่ 26 เม.ย. นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรี(ครม.) เดินทางที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เพื่อเข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทย และ พล.อ.เปรม รับทราบเรื่องแล้ว ด้านพล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิรัฐบุรุษ กล่าวด้วยว่า การเข้าไปรดน้ำดำหัวเป็นขนบธรรมเนียมของคนที่เคารพกัน แต่น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นทางการในการเข้าไป 


ต่อข่าวดังกล่าว นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงความเห็นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันนี้ (22 เม.ย.) ต่อกรณีนายกรัฐมนตรีและ ครม. เตรียมเข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม โดยนายสมศักดิ์ ได้โพสต์แสดงความในเฟซบุค ตั้งค่าการเข้าถึงสาธารณะ มีรายละเอียดดังนี้

ตำแหน่งองคมนตรี เป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญ ก็ไม่มีกำหนดไว้เลยให้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงใดๆ กับคณะรัฐมาล

อันที่จริง องคมนตรีควรไม่มีบทบาททางสาธารณะใดๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะถ้ามี แล้วมีปัญหาใดๆ ขึ้นมา ย่อมกระทบถึงสถาบันกษัตริย์ (อันทีจริง ทางกฎหมายต้องถือว่าองคมนตรีเป็นส่วนหนึงของสถาบันกษัตริย์) 

ตำแหน่งประธานองคมนตรี ก็ไม่ได้มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ต้องถือเป็นตำแหน่งพิเศษอะไร

การที่ รัฐบาล และพรรคเพื่อไทย จะเลิกวิพากษ์วิจารณ์โจมตี พล.อ.เปรม นั้น ก็แล้วแต่

แต่อันที่จริง ถ้าพูดในแง่ของกฎหมาย หลักทางนิติรัฐ และรัฐธรรมนูญ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีการนำคณะรัฐมนตรีไปแสดงความเคารพอะไร พล.อ. เปรม ในลักษณะทางการเช่นนี้

คือต่อให้หยุดโจมตี พล.อ.เปรมแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลเชิงหลักการ เชิงกฎหมาย หรือนิติธรรม อะไร ที่ต้องให้ความสำคัญพิเศษ หรือแสดงการเคารพเป็นพิเศษต่อตัว พล.อ.เปรม

จะว่าไปแล้ว ในประวัติศาสตร์ ก็มีแต่ พล.อ.เปรม ที่วางตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นประธานองคมนตรี คือออกมามีบทบาทสาธารณะ และการเมือง อย่างโจ่งแจ้ง โดยไม่เกรงต่อข้อกำหนด รัฐธรรมนูญ (แสดงการฝักใฝ่พรรคการเมืองไม่ได้) และความเหมาะสม เชิงมารยาท และการปฏิบัติทางการเมือง (คนอื่นมีบทบาทแทรกแซงการเมือง ไมใช่ไม่มี แต่อย่างน้อย ยังรู้จักทำแบบหลบๆสายตาคนทั่วไป ไมใช่ทำแบบโจ่งแจ้งเช่นนี้)

พูดง่ายๆ คือ ไม่โจมตี เปรม ก็แล้วไป แต่ไม่มีความจำเป็นใดๆ ทีต้องไปส่งเสริมการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องเช่นนี้

หมายเหตุ: ตามรายงานข่าวนี้ ที่ "ลูกป๋า" อ้างว่า "เป็นขนบธรรมเนียมไทย" นั้น เป็นการพูดแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว "ขนบธรรมเนียม" ของการมีองคมนตรี (ตั้งแต่ 2492 เป็นต้นมา) ไม่เคยมีการให้ความสำคัญกับตำแหน่งประธานองคมนตรีในลักษณะนี้เลย และจะอ้างว่า นี่เป็นเรื่อง "ส่วนบุคคล" ก็ไม่ได้ เพราะที่จะไปกัน ไปในฐานะ คณะรัฐมนตรี ทั้งคณะ และที่ไป ก็ไมใช่เพราะ พล.อ.เปรม คือ นาย เปรม ที่ไหน"



.