http://BotKwamDee.blogspot.com...webblog เปิดเผยความจริงและกระแสสำนึกหลากหลาย เพื่อเป็นอาหารสมอง, แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิเคราะห์ความจริง, สะท้อนการเรียกร้องความยุติธรรมที่เปิดเผยแบบนิติธรรม, สื่อปฏิบัติการเสริมพลังเศรษฐกิจที่กระจายความเติบโตก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสู่ประชาชนพื้นฐาน, ส่งเสริมการตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะของประชาชน-เยาวชนในทุกระดับของกลไกพรรคการเมือง, พัฒนาอำนาจต่อรองทางประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นและยกระดับองค์กรตรวจสอบกลไกรัฐของภาคสาธารณะที่ต่อเนื่องของประชาชาติไทย

2555-08-04

เขตการปกครองท้องถิ่น “คนเลวจัดการตนเอง” โดย คำ ผกา

.

เขตการปกครองท้องถิ่น “คนเลวจัดการตนเอง”
โดย คำ ผกา http://th-th.facebook.com/kidlenhentang
ในมติชนสุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1668 หน้า 89


"ถ้าผมมีอำนาจ ผมจะเปิดบ่อนกาสิโนเหมือนลาสเวกัส เหมือนมาเก๊า เมืองไทย การพนันใต้ดินเต็มบ้านเต็มเมือง ทั้งบอล ทั้งหวย แต่เราไม่ยอมรับความจริง เราจึงไม่ยอมให้เปิด เรื่องเล่นการพนัน คนไม่เล่นยังไงก็ไม่เล่น เหมือนผมที่ไปลาสเวกัส ไปดูว่าเขาเล่นกันยังไง แต่ก็ไม่เล่น แต่หากให้ลงทุนเป็นพันล้านบาทก็เอา เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่าบ้านเราก็ควรเปิดกาสิโน แต่จะมีเงื่อนไขอย่างไร ต้องคนมีรายได้เท่าไหร่ ค่าตั๋วเข้าไปเล่นก็ต้องสูง เพื่อป้องกันคนไม่มีเงินเข้าไปเล่น"
http://apacnews.net/news/?p=28584


ข้างบนนั้นมาจากข่าวที่ขึ้นนำว่า "ธนินท์ เจียรวนนท์ แนะเมืองไทยเปิดบ่อนกาสิโนพัทยา-ภูเก็ต-เชียงใหม่ทำให้เหมือนลาสเวกัส ดึงการท่องเที่ยวและการประชุมคอนเวนชั่นเข้าประเทศ เชื่ออาจมีรายได้มากกว่ามาเก๊าที่มาเป็นอันดับหนึ่งของโลกการพนัน 8.7 แสนล้าน ชี้รายได้ขั้นต่ำต้องวันละ 500 บาท"

ข่าวนี้ทำให้นึกถึงคอลัมน์ของ คุณจอห์น วิญญู เมื่อวันศุกร์ที่แล้วในมติชนสุดฯ ที่ระบายความคับข้องใจที่ไม่สามารถซื้อสุราได้นอกเวลาที่กฎหมายกำหนด 
กฎหมายที่ว่าคือ กฎกระทรวงปี 2548 กำหนดเวลาขายสุขาไว้สองช่วงคือ สิบเอ็ดโมงถึงบ่ายสอง และห้าโมงเย็นถึงเที่ยงคืน
เนื่องจากกฎหมายมิใช่วรรณกรรมจึงไม่ได้มีการชี้แจงเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นสิบเอ็ดโมงไม่เป็นสิบเอ็ดโมงสิบห้าหรือสิบโมงครึ่ง-แต่กฎหมายมีไว้ให้เราปฏิบัติตาม ก็จงก้มหน้าก้มตาซื้อขายสุราตามกฎหมายกำหนด 

สองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ฉันแค่อยากจะบอกว่าเจ้าสัวธนินทร์ว่า ขนาดเหล้ายาปลาปิ้งเขายังกำหนดเวลาซื้อขายราวกับสุรานั้นคืออาชญากรรมด้วยตัวของมันเอง แล้วคุณเจ้าสัวจะฝันให้ประเทศไทยเมืองทองของเราเปิดกาสิโนหารายได้เข้ารัฐดังประเทศโลกที่ 1 หลายๆ ประเทศเขากระทำกันได้หรือ?
ไม่แต่กฎหมาย บรรดาภาค "ประชาสังคม" สีเหลือง เอ๊ย สีขาว สารพัดเครือข่าย เช่น โรงงานสีขาว พยายามออกมาเรียกร้องให้ออกกฎหมายห้ามจำหน่ายสุรา และหากเป็นไปได้ เครือข่ายคนดีเหล่านี้คงอยากย้าย ทุกความชั่วประดามีในดินแดนไทยแลนด์แดนประเทืองเมืองทองไปไว้ ณ ขุมนรก 
พร้อมเริ่มแคมเปญ "แผ่นดินสีขาว" ให้คนชั่วอย่างเราเตรียมขอย้ายสำมะโนครัวไปนรกให้มันรู้เรื่องรู้ราว



ประเทศอื่นๆ ในโลกนี้ที่คำว่า "คนดี" น่าจะมีความหมายในทาง "พิกล" มากกว่าจะมีความหมายในแบบที่ภาษาไทยปัจจุบันมี 
เพราะคำว่า "คนดี" ในภาษาไทยปัจจุบันนั้นคำว่า "คนดี" มี "ความดี" อยู่ในตัวของมันเอง ไม่ต้องถามต่อว่า "คนดี" ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง คนดีของเขากับของเราความหมายตรงกันหรือไม่ แต่มันคือมโนทัศน์นามธรรมชุดหนึ่งที่มีแต่คนไทยเท่านั้นที่จะถอดรหัสออก
ไม่เชื่อลองให้คนไทยจับคู่ตรงข้าม คนดี vs คนชั่ว เช่น กะทิ vs คำผกา-ตอบได้ดังนี้แสดงว่าคุณเป็นคนไทยแท้

ตัวฉันไม่สันทัดในภาษาอังกฤษ แต่เท่าที่เคยอ่าน ไม่ใคร่พบคำว่า good person ที่ไม่เกี่ยวพันกับมิติทางศาสนา (แต่คนดีในบริบทไทยอาจมีทั้งศาสนาและสถาบันประเพณีอื่นๆ) เพราะในพื้นที่โลกย์ๆ เราอาจพบคำว่า คนมารยาทดี, คนมีน้ำใจ, คนที่ยุติธรรม, คนที่มีความกระตือรือร้น, คนที่เป็นสุภาพบุรุษ, สุภาพชน ฯลฯ มากกว่าจะพบคำว่า "คนดี" อย่างเลื่อนลอย คลุมเครือ ฟุ้งซ่าน 
เท่าที่พบในวรรณกรรมภาษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโฆษณาสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศไทย ในปัจจุบัน ดูเหมือนจะเน้นย้ำไปที่การบริโภคสินค้าชนิดหนึ่งพร้อมกับการเป็นคนดี จะเป็นธีมหลักของการสร้างสรรค์งานโฆษณา

ประเทศที่กาสิโนถูกกฎหมายนั้นเลี่ยงการใช้คำว่า gambling ไปเป็น gaming และ อาการติดการพนันนั้นถูกจัดให้เป็นโรคทางจิต (complusive disoder) ดึงเอาความลุ่มหลงในการพนันออกจากศาสนา ศีลธรรม ไปไว้กับวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์เสีย เป็นการแก้ไขปัญหาแบบโลกย์ๆ จับต้องได้ แทนการอธิบายว่าเป็นบาป เป็นกรรมเก่า หรือเป็นเพราะเป็นคน "ไม่ดี" ฯลฯ  
ออสเตรเลียมี Casino Association มีเว็บไซต์ของสมาคม มีการทำวิจัยเรื่องกาสิโนกับเศรษฐกิจของประเทศชาติ นำเสนอรายงานประจำปีกันเป็นเรื่องเป็นราวอย่างอารยชนพึงสื่อสาร พึงหาความรู้ พึงตัดสินอนาคตกันด้วยข้อมูล และงานวิจัย มิใช่ด้วยการนั่งบริกรรมคาถา "โอม คนดี คนดี คนดี เราต้องการคนดี เพี้ยง" 

ในอเมริกา รัฐเนวาด้า ทำให้การพนันถูกกฎหมายตั้งแต่ปี 1931 ก่อนสยามประเทศของเราจะได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเสียอีก
แต่เทียบอย่างนั้นก็มีเรื่องให้คิดว่า อันที่จริงในรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ต่างหากที่รัฐได้จัดเก็บภาษีบ่อน เบี้ย ภาษีฝิ่น ภาษีการค้าประเวณี

นั่นย่อมแปลว่า ครั้งหนึ่งในประวัติศาสต์ของสังคมไทยอันเรืองรอง สิ่งที่ "มนุษย์สีขาว" ในปัจจุบันสมัยรังเกียจเดียดฉันท์กลับเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย


คนไทยมักโกรธนักโกรธหนาเมื่อถูกตราหน้าว่าเป็นซ่องของโลกและไม่ลังเลที่จะพรั่งพรูความรู้สึกพิทักษ์คุณงามความดีของวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ประเพณีที่ดีงาม กรรมพันธุ์แห่งความเป็นคนไทยอันสูงส่งกว่าใครในโลกนี้ 
โดยไม่ต้องสำเหนียกว่ากฎหมายห้ามค้าประเวณีของไทยนั้นอุบัติมาในทศวรรษที่ 60 จากแรงกดดันของสหประชาชาติที่กำลังใส่ใจกับปัญหาสิทธิมนุษยชนในเวลานั้น 
คนไทยถูกทำให้ "ไม่รู้" ประวัติศาสตร์โดยความตั้งใจ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า คนไทยถูกทำให้รู้ประวัติศาสตร์จอมปลอมอย่างตั้งใจมาตลอด "ชาติ" ทั้งที่คนไทยอยู่ท่ามกลาง บ่อน ซ่อง การค้าประเวณี การค้ามนุษย์ การค้าแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย การใช้แรงงานเด็ก การละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ 
และความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้นั้นมีความรุนแรงเป็นรองเพียงอิรักและอัฟกานิสถาน ฯลฯ

แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะเหล่านี้ แต่ตราบเท่าที่มันไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการว่าเรามีสิ่งเหล่านี้อยู่ "คนไทย" พร้อมจะหลอกตนเองว่าเราอยู่ในอาณาจักรที่มีระดับศีลธรรมสูงส่งกว่าอาณาจักรที่มีบ่อน มีกาสิโน มีการค้าประเวณีที่ถูกกฎหมาย 
มิพักต้องคิดว่าว่าในดินแดนที่มีกาสิโนหรือการค้าประเวณีที่ถูกกฎหมายนั้น กลับมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนน้อยกว่า มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า ประชาชนมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอาณาจักรเปี่ยมคุณธรรมอย่างประเทศของเรา

ทั้งไม่ละอายที่จะกล่าวอย่างเต็มปากเต็มคำว่า "บ้านเมืองเราเป็นเมืองพุทธเราไม่ยอมให้บ้านเมืองของเราเอาอย่างประเทศ (ตะวันตก?) ที่ใส่ใจแต่เงินทองวัตถุ แต่ระดับศีลธรรมและจิตวิญญาณตกต่ำ"



เมื่อกล่อมตนเองด้วยยากล่อมประสาทชื่อ "ความดี" คนไทยจึงไม่สามารถมองเห็นกาสิโน หรือ ธุรกิจล็อตเตอรี่ ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในฐานะที่มันเป็นเพียง "ธุรกิจ" ชนิดหนึ่ง (ไม่ต้องพูดถึงการค้าประเวณี) ไม่ต่างธุรกิจการธนาคาร ธุรกิจเหมืองแร่ น้ำมัน หรือการค้าขายอื่นๆ ที่ล้วนแต่ไม่มีความดีหรือความชั่วใน DNA ด้วยตัวของมันเอง ทว่า ล้วนถูกกำกับด้วย "จรรยาบรรณ" ของอาชีพ และกฎหมายทางการค้า

เช่น การทำสุราขายนั้น จรรยาบรรณของอาชีพคือ การทำสุราที่มีคุณภาพดีที่สุด ไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ดื่ม และจะละเมียดละไมเป็นศิลปะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับระดับความละเมียดละไม และความรักในอาชีพของผู้ผลิต แต่ในระดับต่ำสุดคือ ไม่ผลิตสุราที่เป็นพิษต่อผู้บริโภค

การทำเหมืองแร่ ก็ต้องถูกกำกับด้วยกฎหมายที่ไม่ให้การทำเหมืองนั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่นับว่าธุรกิจทุกอย่างย่อมต้องถูกกำกับด้วยการจ่ายภาษี และความซื่อตรงในอีกหลายๆ ด้าน การดูแลคุณภาพของแรงงาน ประสิทธิภาพของฝ่ายบุคคล มีการเอารัดเอาเปรียบพนักงานหรือไม่?

ธุรกิจการผลิตสุรา กาสิโนก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและถูกกำกับด้วยกฎหมายไม่ต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่มีโอกาสจะกลายเป็นธุรกิจที่ชั่วช้า ฉ้อฉล เอาเปรียบผู้บริโภค โกงรัฐ หนีภาษี กดขี่แรงงาน ฯลฯ ได้ไม่ต่างกัน ระหว่างเจ้าของโรงงานหล่อพระพุทธรูปที่ทำงานไม่ซื่อสัตย์ เอาเปรียบลูกค้า ค้ากำไรเกินควร กับ เจ้าของโรงงานผลิตสุราที่ซื่อสัตย์ ตั้งใจผลิตสุราที่มีคุณภาพด้วยปรารถนาอยากให้ลูกค้าของเขาได้ดื่มสุราที่มีคุณภาพดีที่สุด 
ระหว่างกิจการสองอย่างนี้ เราจะบอกว่าใครมี "คุณธรรม" มากกว่ากัน?
ประเภทของธุรกิจสามารถใช้ตัดสินความดีเลวได้ด้วยของมันเองอัตโนมัติอย่างนั้นหรือไม่?

ส่วนสุราจะทำให้คนเสียผู้เสียคนชั่วช้าสามานย์ จน เครียด กินเหล้า เตะเมีย ด่าลูก ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นโรคตับแข็ง ฯลฯ นั้น ปรากฏการณ์นี้เป็นสากลหรือไม่?
เหตุใดประเทศที่ผลิตและดื่มไวน์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน เป็นเศรษฐกิจหลักที่ขับเคลื่อนประเทศจึงไม่ได้เต็มไปด้วยขี้เมาหยำเป แต่กลับเจริญก้าวหน้ากว่าอีกหลายๆ ประเทศที่ห้ามดื่มสุราอย่างเคร่งครัด?

นั่นแสดงว่า ความ "บกพร่อง" นานาของปัจเจกบุคคลในสังคมล้วนมีปัจจัยอื่นประกอบ ลำพังสุราคงไม่ได้ทำให้คนชั่ว และมุมมองของ "สังคม" ที่มีต่อสุราต่างหากที่ไปกำกับพฤติกรรมของการดื่มสุรา
เช่น แทนที่จะมองว่าสุราเป็นเครื่องดื่มชั่วช้าอัปรีย์จัญไร แต่ทำไมเราไม่มองว่าสุราเป็นวัฒนธรรมการดื่มกิน มีสุนทรียะ มีรสนิยม มีศิลปะอยู่ในการดื่ม?


กาสิโนก็เช่นกัน ลาสเวกัสไม่ได้มีแค่ กาสิโน แต่ลาสเวกัสคือสวนสนุก คือเมืองที่คนไป "ประสบ", "ประจักษ์" กับประสบการณ์แบบหนึ่ง ทั้ง กิน ดื่ม ลองเสี่ยงโชค ดูโชว์ ช็อปปิ้ง นักท่องเที่ยวธรรมดาที่มีมากกว่านักพนันมืออาชีพ 
แน่นอนว่า เรามีการจัดเรตอายุสำหรับคนดูหนัง มันคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่เราจะปกป้องบุคคลบางกลุ่มออกจากเกม หรือการเสี่ยงโชคที่พวกเขาอาจจะไม่รู้เท่าทัน
แต่นั่นคงไม่ใช่หน้าที่ของฉันที่จะบอกว่าควรทำอย่างไร เพราะนักธุรกิจมืออาชีพหรือ casino association น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือแค่ส่งคนไปดูงานที่ลาสเวกัสก็คงได้คำตอบ

แต่ตราบเท่าที่สังคมไทยยังหน้ามืดตามัวอยู่ในเรื่อง "คนดี" และ "ความดี" คงยากที่เราจะเห็นความฝันของคุณธนินท์เป็นจริง อย่าว่าแต่กาสิโน จะเอาเบียร์เข้าตลาดหุ้นยังทำไม่ได้

เว้นแต่ประเทศไทยจะยอมให้ คนเลว แยกเขตการปกครองส่วนท้องถิ่นออกเป็น "มณฑลคนเลว" ออกจาก "มณฑลคนดี" ถึงวันนั้นปล่อยให้พวกคนเลว บริหารจัดการตนเอง เปิดกาสิโน ปล่อยให้มีการผลิตสุราแบบเสรีไม่ผูกขาด เก็บภาษี เอาเงินมาพัฒนาคุณภาพชีวิตพลเมือง ในมณฑลนี้ไม่มี "คนดี" แต่อาจมีคนใจแคบ คนใจกว้าง คนคด คนซื่อ มีคนรักความเป็นธรรมแต่ขี้เมา คนกินมังสวิรัติแต่ขี้โกง คนถือศีลแต่ขี้เหนียว และอีกหลากหลายความเป็นมนุษย์ที่บอกไม่ถูกว่ามันดีหรือมันเลว!

ฉันอยากย้ายไปอยู่มณฑลคนเลวแล้วเราจะได้จัดการตนเอง



.